หมายเหตุสำคัญ!
เราใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดบนเว็บไซต์ของเรา
ด้วยการคลิกที่ ‘ตกลง’ คุณได้ยอมรับการใช้คุกกี้ของเราตามที่อธิบายไว้ใน นโยบายคุกกี้
คู่สกุลเงิน NZDJPY เข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญของการเปลี่ยนแปลงทิศทาง หลังจากการซื้อขายในกรอบแคบระหว่าง 85.19-86.04 JPY ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา (26-31 พฤษภาคม 2025) ซึ่งสะท้อนสภาวะตลาดที่อยู่ในช่วงรอการยืนยันทิศทางจากปัจจัยพื้นฐานสำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้น
การเคลื่อนไหวของราคาในช่วงนี้แสดงลักษณะของการสะสมตำแหน่งก่อนเหตุการณ์สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประกาศนโยบายการเงินของธนาคารกลางนิวซีแลนด์ในวันที่ 28 พฤษภาคม ซึ่งตลาดคาดการณ์อย่างกว้างขวางถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ยหลัก 25 จุดฐานสู่ระดับ 3.25 เปอร์เซ็นต์ การตัดสินใจครั้งนี้จะเป็นการลดอัตราดอกเบี้ยครั้งที่หกติดต่อกันนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2024 และจะส่งผลต่อความแข็งแกร่งของดอลลาร์นิวซีแลนด์ในระยะสั้น
สภาพคล่องในตลาดฟอเร็กซ์ได้รับผลกระทบจากการปิดทำการของตลาดหุ้นสหรัฐอมริกาและสหราชอาณาจักรในวันที่ 26 พฤษภาคม เนื่องในโอกาสวัน Memorial Day และ Spring Bank Holiday ตามลำดับ สภาวะสภาพคล่องที่ลดลงนี้ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวราคาที่ผิดปกติ โดย NZDJPY สามารถปรับตัวขึ้น 0.42 เปอร์เซ็นต์ในวันดังกล่าว ก่อนจะกลับมาปรับตัวลงเล็กน้อยในวันถัดมาเมื่อตลาดกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
จากมุมมองของความสัมพันธ์ระหว่างตลาด NZDJPY ได้รับแรงสนับสนุนจากการอ่อนค่าของดัชนีดอลลาร์สหรัฐที่ซื้อขายในช่วง 98.87-99.11 จุด ซึ่งลดลง 0.79 เปอร์เซ็นต์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา การอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐนี้เกิดจากความกังวลเกี่ยวกับมาตรการภาษีการค้าและการปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือเครดิตโดยสถาบันจัดอันดับ Moody’s ความสัมพันธ์แบบผกผันระหว่างดัชนีดอลลาร์สหรัฐและ NZDJPY ที่อยู่ในระดับ -0.65 ทำให้การอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐส่งผลบวกต่อสกุลเงินสินค้าโภคภัณฑ์อย่างดอลลาร์นิวซีแลนด์
ความเชื่อมโยงที่แน่นแฟ้นกับ AUD/JPY ซึ่งมีค่าสหสัมพันธ์สูงถึง 0.82 แสดงให้เห็นว่าการเคลื่อนไหวของ NZDJPY ยังคงได้รับอิทธิพลจากความเชื่อมั่นในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกโดยรวม ขณะที่ความสัมพันธ์แบบผกผันกับอัตราแลกเปลี่ยน AUD/NZD ที่ระดับ -0.73 บ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งสัมพัทธ์ของดอลลาร์นิวซีแลนด์เมื่อเทียบกับดอลลาร์ออสเตรเลีย
การฟื้นตัวของดัชนี Nikkei 225 ที่ปรับตัวขึ้น 0.8 เปอร์เซ็นต์มาอยู่ที่ระดับ 39,450 จุดสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการลดลงของความต้องการเงินเยนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย การเคลื่อนไหวนี้ได้รับแรงหนุนจากนโยบายการเงินที่ยังคงผ่อนคลายของธนาคารกลางญี่ปุ่น แม้จะมีแรงกดดันจากอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่สูงขึ้นเป็น 3.5 เปอร์เซ็นต์
ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ซึ่งมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจนิวซีแลนด์แสดงสัญญาณผสม โดยราคาทองคำที่ปรับตัวลง 0.6 เปอร์เซ็นต์สู่ช่วง 3,323-3,357 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์สะท้อนการลดลงของความไม่แน่นอนทางการค้า ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบ Brent ที่เพิ่มขึ้น 0.53 เปอร์เซ็นต์มาอยู่ที่ 65.03 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลให้การสนับสนุนต่อสกุลเงินของประเทศผู้ส่งออกพลังงานอย่างนิวซีแลนด์
จากมุมมองของการวิเคราะห์ความเชื่อมั่นตลาด ดัชนี VIX ที่ลดลงสู่ระดับ 12.5 จุดแสดงสภาวะ Risk-On ที่ชัดเจน ซึ่งเอื้ออำนวยต่อการไหลเข้าของเงินทุนสู่สินทรัพย์เสี่ยงและสกุลเงินของประเทศเกิดใหม่ การไหลเข้าของเงินทุนสู่กองทุนหุ้นตลาดเกิดใหม่ที่ 9.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนเมษายนยืนยันการเปลี่ยนแปลงของทัศนคติความเสี่ยงของนักลงทุน
ปัจจัยที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือข้อมูลการถือครองตำแหน่งจากรายงาน Commitment of Traders ที่แสดงสภาวะความขัดแย้งระหว่างนักเก็งกำไรและผู้ประกอบการ โดยนักเก็งกำไรมีตำแหน่ง Net Short ดอลลาร์นิวซีแลนด์สูงถึง 23,652 สัญญา ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบหกเดือน ขณะที่ผู้ประกอบการกลับมีตำแหน่ง Net Long 24,260 สัญญา ความขัดแย้งนี้มักเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงทิศทางในระยะข้างหน้า
ความแตกต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างสองประเทศยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการซื้อขาย Carry Trade โดยพันธบัตรรัฐบาลนิวซีแลนด์อายุสองปีให้ผลตอบแทน 3.60 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับพันธบัตรญี่ปุ่นที่ 0.73 เปอร์เซ็นต์ ความแตกต่าง 287 จุดฐานนี้ยังคงให้ความน่าสนใจสำหรับการลงทุนแบบ Carry Trade แม้จะมีการคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของนิวซีแลนด์
สถานการณ์โดยรวมของ NZDJPY ในปัจจุบันสะท้อนภาวะตลาดที่กำลังเตรียมตัวสำหรับการเปลี่ยนแปลงสำคัญ โดยการรวมตัวของปัจจัยต่างๆ ทั้งการถือครองตำแหน่งที่เอียงไปทางขายมากเกินไป สภาวะความเชื่อมั่นที่เอื้ออำนวยต่อความเสี่ยง และความแตกต่างอัตราดอกเบี้ยที่ยังคงน่าสนใจ ล้วนชี้ไปในทิศทางของโอกาสการฟื้นตัวในระยะสั้นถึงกลาง
สัปดาห์หน้าถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดสำหรับการซื้อขาย NZDJPY เนื่องจากมีการประกาศข้อมูลเศรษฐกิจและเหตุการณ์เชิงนโยบายที่จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อทิศทางการเคลื่อนไหวของคู่สกุลเงินนี้ นักลงทุนจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมและวางแผนกลยุทธ์การเทรดให้สอดคล้องกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุการณ์เหล่านี้
เหตุการณ์สำคัญที่สุดของสัปดาห์คือการประกาศอัตราดอกเบี้ยนโยบาย Official Cash Rate ของธนาคารกลางนิวซีแลนด์ในวันที่ 28 พฤษภาคม เวลา 03:00 น. ตามเวลาประเทศไทย ตลาดมีฉันทามติเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าธนาคารกลางจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 25 จุดฐานจากระดับปัจจุบัน 3.50 เปอร์เซ็นต์สู่ 3.25 เปอร์เซ็นต์
การตัดสินใจครั้งนี้จะเป็นการลดอัตราดอกเบี้ยครั้งที่หกติดต่อกันนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2024 และสะท้อนความพยายามของธนาคารกลางในการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เผชิญแรงกดดันจากมาตรการภาษีการค้าของสหรัฐอเมริกา แม้การตัดลดอัตราดอกเบี้ยจะถูกคาดการณ์ไว้แล้ว แต่สิ่งที่นักลงทุนให้ความสำคัญมากกว่าคือการให้สัญญาณเกี่ยวกับนโยบายในอนาคต หากธนาคารกลางแสดงท่าทีเปิดกว้างต่อการผ่อนคลายนโยบายเพิ่มเติม อาจส่งผลให้ดอลลาร์นิวซีแลนด์อ่อนค่าได้มากกว่าที่ตลาดคาดการณ์
ปัจจัยสนับสนุนการตัดลดอัตราดอกเบี้ยประกอบด้วยอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่อยู่ในช่วง 2.5-3.0 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายกลางของธนาคารกลางที่ 2 เปอร์เซ็นต์ ประกอบกับการชะลอตัวของดัชนียอดขายปลีกรายไตรมาสแรกของปี 2025 ที่ปรับตัวขึ้นเพียง 0.7 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับการคาดการณ์ที่ 0.9 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ การลดลงของดัชนีราคานมโลกที่ลดลง 0.9 เปอร์เซ็นต์ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สนับสนุนการผ่อนคลายนโยบายการเงิน
หลังจากการประกาศอัตราดอกเบี้ยเวลา 03:00 น. ธนาคารกลางนิวซีแลนด์จะจัดการแถลงข่าวเวลา 04:00 น. เพื่อชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินและการปรับปรุงการคาดการณ์เศรษฐกิจในรายงาน Monetary Policy Statement การแถลงครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าธนาคารกลางอาจปรับลดการคาดการณ์อัตราการเติบโตเศรษฐกิจของปี 2025 จาก 1.2 เปอร์เซ็นต์เป็น 0.8 เปอร์เซ็นต์
ประเด็นสำคัญที่นักลงทุนจะติดตามอย่างใกล้ชิดคือการให้สัญญาณเกี่ยวกับการปรับอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งต่อไป รวมถึงมุมมองของธนาคารกลางต่อผลกระทบจากสงครามการค้าและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก หากธนาคารกลางแสดงความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ อาจส่งผลให้ดอลลาร์นิวซีแลนด์เผชิญแรงกดดันเพิ่มเติม
ข้อมูลเงินเฟ้อพื้นฐานของกรุงโตเกียวที่จะประกาศในวันที่ 29 พฤษภาคม เวลา 23:30 น. มีความสำคัญต่อการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น ตลาดคาดการณ์ว่าตัวเลขจะอยู่ที่ระดับ 3.5 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบรายปี ซึ่งสูงกว่าเป้าหมาย 2 เปอร์เซ็นต์ของธนาคารกลางอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลเงินเฟ้อที่สูงกว่าเป้าหมายนี้เพิ่มแรงกดดันให้ธนาคารกลางญี่ปุ่นพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกรกฎาคม แม้จะยังคงนโยบายผ่อนคลายในระยะสั้น หากข้อมูลออกมาสูงกว่าการคาดการณ์อย่างมีนัยสำคัญ อาจทำให้เงินเยนแข็งค่าขึ้นจากการเก็งกำไรเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงิน ในทางกลับกัน หากตัวเลขต่ำกว่าคาดการณ์ จะสนับสนุนการคงนโยบายผ่อนคลายต่อไปและอาจส่งผลบวกต่อ NZDJPY
การผลิตภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นประจำเดือนเมษายนจะประกาศในเวลา 23:50 น. โดยตลาดคาดการณ์การขยายตัว 0.2 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากหดตัว 1.4 เปอร์เซ็นต์ในเดือนมีนาคม ตัวเลขนี้สะท้อนการฟื้นตัวของห่วงโซ่อุปทานและความต้องการส่งออก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นใช้ในการพิจารณานโยบายการเงิน
การฟื้นตัวของการผลิตอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งกว่าคาดการณ์จะเสริมความเชื่อมั่นของธนาคารกลางในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ในขณะที่ตัวเลขที่อ่อนแอจะสนับสนุนการคงนโยบายผ่อนคลายต่อไป ข้อมูลนี้มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจญี่ปุ่นและแนวโน้มการจ้างงาน
อัตราการว่างงานของญี่ปุ่นประจำเดือนเมษายนคาดว่าจะคงที่ที่ระดับ 2.5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสอดคล้องกับภาวะตลาดแรงงานที่แน่นหนา แม้ธนาคารกลางญี่ปุ่นจะไม่ใช้ข้อมูลนี้เป็นปัจจัยหลักในการกำหนดนโยบาย แต่การจ้างงานที่มั่นคงช่วยสนับสนุนการบริโภคภายในประเทศและอัตราเงินเฟ้อในระยะยาว
การประมูลพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 40 ปีในวันที่ 28 พฤษภาคม เวลา 03:35 น. จะเป็นตัวชี้วัดความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อนโยบายการเงินของธนาคารกลาง ผลตอบแทนที่สูงขึ้นอาจสะท้อนความกังวลเรื่องอัตราเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อและความคาดหวังการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคต
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ANZ-Roy Morgan ของนิวซีแลนด์ประจำเดือนพฤษภาคมที่จะประกาศในวันที่ 30 พฤษภาคม คาดว่าจะปรับตัวลงจาก 98.3 เป็น 97.5 ส่งสัญญาณความระมัดระวังในการใช้จ่ายของครัวเรือน ซึ่งอาจกระทบการเติบโตเศรษฐกิจในไตรมาสถัดไป
การรวมกันของเหตุการณ์เหล่านี้สร้างสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความท้าทายสำหรับการซื้อขาย NZDJPY นักลงทุนจำเป็นต้องเตรียมกลยุทธ์การจัดการความเสี่ยงอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาประกาศข้อมูลที่อาจสร้างความผันผวนสูง การติดตามอย่างใกล้ชิดและการปรับกลยุทธ์ตามการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลจะเป็นกุญแจสำคัญของความสำเร็จในการเทรดในช่วงเวลานี้
การวิเคราะห์ทางเทคนิคของ NZDJPY ในช่วงปัจจุบันเผยให้เห็นภาพรวมของตลาดที่กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ โดยการรวมตัวของสัญญาณจากหลายกรอบเวลาและเครื่องมือวิเคราะห์ต่างๆ ชี้ไปในทิศทางของโอกาสการฟื้นตัวที่น่าสนใจ การวิเคราะห์นี้จะครอบคลุมตั้งแต่แนวโน้มระยะยาวลงไปถึงจังหวะเข้าเทรดในระยะสั้น เพื่อให้ภาพรวมที่สมบูรณ์สำหรับการตัดสินใจลงทุน
จากมุมมองระยะยาวในกรอบเวลารายวัน NZDJPY แสดงรูปแบบการเคลื่อนไหวที่น่าสนใจหลังจากการปรับตัวลงอย่างรุนแรงจากจุดสูงสุดที่ 99.01 เยนในเดือนสิงหาคม 2024 สู่จุดต่ำสุดที่ 79.77 เยนในเดือนพฤศจิกายน 2024 ซึ่งแสดงการแก้ตัวทางเทคนิคที่ครอบคลุมถึงร้อยละ 19.5 ของมูลค่า
ปัจจุบันราคากำลังก่อตัวเป็นรูปแบบสามเหลี่ยมสมมาตรระหว่างระดับ 83.50 และ 87.73 เยน ซึ่งเป็นสัญญาณของการรวมตัวก่อนการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ การวิเคราะห์ปริมาณการซื้อขายแสดงให้เห็นการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงระดับ 84.00-85.00 เยน ซึ่งบ่งชี้ถึงการสะสมตำแหน่งจากนักลงทุนระยะยาว
ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วันที่อยู่ในระดับ 84.50 เยนทำหน้าที่เป็นแนวรับสำคัญ ขณะที่ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วันที่ 86.20 เยนกลายเป็นแนวต้านระยะสั้น การที่ราคาสามารถซื้อขายเหนือค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วันอย่างต่อเนื่องแสดงถึงพื้นฐานทางเทคนิคที่แข็งแกร่ง
การวิเคราะห์ Ichimoku Cloud ในกรอบเวลาสี่ชั่วโมงให้ข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญเกี่ยวกับโครงสร้างแนวโน้มปัจจุบัน ราคา NZDJPY ซื้อขายเหนือเมฆ Kumo ที่ระดับ 83.50-83.75 เยน ซึ่งบ่งชี้ถึงการรักษาแนวโน้มขาขึ้นในระยะกลาง อย่างไรก็ตาม ราคายังคงถูกจำกัดโดยเส้น Tenkan-sen ที่ระดับ 85.67 เยน ซึ่งทำหน้าที่เป็นแนวต้านพลวัตในระยะสั้น
เส้น Kijun-sen ที่อยู่ในระดับ 84.89 เยนให้การสนับสนุนที่สำคัญ การที่ราคาสามารถรักษาตัวเหนือเส้นนี้อย่างต่อเนื่องแสดงถึงความแข็งแกร่งของแรงซื้อในระดับปัจจุบัน เส้น Senkou Span A และ Senkou Span B ที่ก่อให้เกิดเมฆ Kumo มีทิศทางขาขึ้นเล็กน้อย ซึ่งสนับสนุนมุมมองเชิงบวกในระยะกลาง
การวิเคราะห์ Chikou Span ซึ่งเป็นเส้นราคาที่เลื่อนไปข้างหลัง 26 คาบ แสดงให้เห็นว่าราคาปัจจุบันยังคงมีพื้นที่ว่างสำหรับการเคลื่อนไหวขาขึ้น เนื่องจากยังไม่เผชิญกับแนวต้านจากราคาประวัติศาสตร์ในช่วงเดียวกัน
ดัชนี RSI ในกรอบเวลาสี่ชั่วโมงอยู่ที่ระดับ 50 ซึ่งแสดงถึงสภาวะสมดุลระหว่างแรงซื้อและแรงขาย อย่างไรก็ตาม การที่ RSI เคลื่อนตัวขึ้นจากระดับ Oversold ที่ 30 ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมบ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของโมเมนตัมการซื้อ ในกรอบเวลารายวัน RSI ที่ระดับ 47.6 ยังคงมีพื้นที่สำหรับการเคลื่อนไหวขาขึ้นก่อนจะเข้าสู่โซน Overbought
การวิเคราะห์ MACD แสดงภาพที่ซับซ้อนแต่น่าสนใจ ในกรอบเวลาระยะสั้น MACD แสดงสัญญาณขายเมื่อเส้น MACD ตัดลงมาใต้เส้นสัญญาณ แต่ในกรอบเวลาที่ยาวขึ้น การที่เส้น MACD เริ่มหันขึ้นเหนือเส้นศูนย์บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงของโมเมนตัมในทิศทางเชิงบวก ฮิสโตแกรม MACD ที่เริ่มขยายตัวในทางบวกสนับสนุนมุมมองนี้
Stochastic Oscillator ในกรอบเวลาหนึ่งชั่วโมงแสดงค่า %K ที่ 65.2 และ %D ที่ 58.7 ซึ่งอยู่ในโซนกลางและมีแนวโน้มเคลื่อนตัวขึ้น การที่ %K ตัดขึ้นเหนือ %D ในช่วงที่ผ่านมาเป็นสัญญาณเชิงบวกสำหรับการเคลื่อนไหวระยะสั้น
การวิเคราะห์ Fractal ในกรอบเวลาต่างๆ เผยให้เห็นจุดสำคัญหลายจุดที่นักลงทุนควรให้ความสำคัญ Up Fractal ล่าสุดที่เกิดขึ้นในระดับ 86.04 เยนในวันที่ 26 พฤษภาคมทำหน้าที่เป็นแนวต้านระยะสั้น ขณะที่ Down Fractal ที่ระดับ 85.19 เยนในวันที่ 27 พฤษภาคมให้การสนับสนุนในระยะใกล้
การก่อตัวของ Double Bottom ที่ระดับ 83.50 เยนในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายน 2025 เป็นรูปแบบการกลับทิศที่มีนัยสำคัญ การที่ราคาสามารถรักษาตัวเหนือระดับนี้หลายครั้งแสดงถึงความแข็งแกร่งของแนวรับและโอกาสการฟื้นตัวในระยะยาว
รูปแบบสามเหลี่ยมสมมาตรที่กำลังก่อตัวระหว่างระดับ 83.50-87.73 เยนมีความสำคัญต่อทิศทางในอนาคต การทะลุออกจากรูปแบบนี้ในทิศทางใดทิศทางหนึ่งจะกำหนดแนวโน้มระยะกลาง โดยเป้าหมายราคาจากการทะลุขาขึ้นคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 91.96 เยน ตามการคำนวณจากความสูงของสามเหลี่ยม
การประยุกต์ใช้ Fibonacci Retracement จากจุดสูงสุด 99.01 เยนถึงจุดต่ำสุด 79.77 เยนให้ระดับสำคัญหลายระดับที่ราคากำลังตอบสนอง ระดับ 38.2% Retracement ที่ 87.14 เยนทำหน้าที่เป็นแนวต้านสำคัญ ขณะที่ระดับ 50% Retracement ที่ 89.39 เยนจะเป็นเป้าหมายระยะกลางหากการฟื้นตัวดำเนินต่อไป
ระดับ 23.6% Retracement ที่ 84.32 เยนซึ่งใกล้เคียงกับราคาปัจจุบันให้การสนับสนุนที่สำคัญ การที่ราคาสามารถรักษาตัวเหนือระดับนี้จะเป็นสัญญาณเชิงบวกสำหรับการเคลื่อนไหวต่อไป
การรวมพิจารณาสัญญาณจากเครื่องมือวิเคราะห์ต่างๆ แสดงให้เห็นภาพที่สอดคล้องกันของโอกาสการฟื้นตัวในระยะสั้นถึงกลาง การที่ราคาสามารถรักษาตัวเหนือเมฆ Ichimoku และค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่สำคัญ ประกอบกับการฟื้นตัวของโมเมนตัมจากระดับ Oversold และการก่อตัวของรูปแบบ Double Bottom ล้วนสนับสนุนมุมมองเชิงบวกนี้
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของการฟื้นตัวจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการทะลุแนวต้านสำคัญที่ระดับ 86.00-86.20 เยน ซึ่งเป็นบริเวณที่รวมตัวของเส้น Tenkan-sen, ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วัน และ Up Fractal ล่าสุด การทะลุระดับนี้ด้วยปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นจะเปิดทางสู่เป้าหมายระยะกลางที่ 87.73 เยนและเป้าหมายระยะยาวที่ 89.39 เยน
ในทางกลับกัน หากราคาไม่สามารถรักษาตัวเหนือแนวรับสำคัญที่ 84.50-84.60 เยนได้ อาจส่งผลให้เกิดการทดสอบระดับ 83.50 เยนอีกครั้ง ซึ่งจะเป็นการทดสอบความแข็งแกร่งของรูปแบบ Double Bottom ที่ก่อตัวขึ้น

การระบุและทำความเข้าใจระดับแนวต้านสำคัญของ NZDJPY เป็นองค์ประกอบสำคัญในการวางแผนกลยุทธ์การเทรดที่มีประสิทธิภาพ ระดับเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำหน้าที่เป็นเป้าหมายสำหรับการทำกำไรเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดสำคัญที่ช่วยในการประเมินความแข็งแกร่งของแนวโน้มขาขึ้นและการกำหนดระดับความเสี่ยงที่เหมาะสม การวิเคราะห์ระดับแนวต้านจะแบ่งออกเป็นหลายชั้นตามระยะเวลาและความสำคัญทางเทคนิค
ระดับแนวต้านแรกที่ NZDJPY จะเผชิญในการเคลื่อนไหวขาขึ้นอยู่ในช่วง 86.00-86.20 เยน ซึ่งเป็นบริเวณที่มีความหนาแน่นของปัจจัยทางเทคนิคหลายประการที่รวมตัวกัน ระดับ 86.00 เยนมีความสำคัญทางจิตวิทยาในฐานะตัวเลขกลมที่นักลงทุนมักให้ความสำคัญ นอกจากนี้ยังเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับจุดสูงสุดรายสัปดาห์ที่ 86.04 เยนเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ซึ่งทำหน้าที่เป็น Up Fractal ที่สำคัญ
ความสำคัญของระดับนี้เพิ่มขึ้นจากการที่เป็นบริเวณที่เส้น Tenkan-sen ของระบบ Ichimoku Cloud ให้การต้านทานในระดับ 85.67 เยน และค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วันที่อยู่ในระดับ 86.20 เยน การรวมตัวของปัจจัยเหล่านี้สร้างโซนแนวต้านที่แข็งแกร่งซึ่งต้องการแรงซื้อที่มีนัยสำคัญในการทะลุผ่าน การที่ราคาสามารถทะลุและปิดเหนือระดับ 86.20 เยนได้จะเป็นสัญญาณเชิงบวกที่สำคัญสำหรับการเคลื่อนไหวต่อไปในระยะสั้น
ระดับแนวต้านถัดไปที่มีความสำคัญอยู่ในช่วง 86.80-87.00 เยน ซึ่งสอดคล้องกับบริเวณของค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วันที่ทำหน้าที่เป็นแนวต้านสำคัญในระยะยาว ระดับ 86.80 เยนเป็นเป้าหมายราคาแรกที่คำนวณจากรูปแบบ Double Bottom ที่ก่อตัวขึ้นในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายน โดยวัดจากความสูงของรูปแบบบวกกับระดับแนวรับที่ 83.50 เยน
การทะลุระดับนี้จะต้องได้รับการสนับสนุนจากปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากเป็นบริเวณที่นักลงทุนระยะยาวหลายรายอาจมีตำแหน่งขาดทุนจากการซื้อในระดับที่สูงกว่านี้ในช่วงที่ผ่านมา ความสำเร็จในการทะลุระดับ 87.00 เยนจะเปิดทางสู่การทดสอบแนวต้านที่สำคัญกว่าในระดับถัดไป
ระดับ 87.73 เยนถือเป็นแนวต้านที่มีความสำคัญสูงสุดในระยะกลาง เนื่องจากเป็นจุดสูงสุดล่าสุดที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2025 การที่ราคาไม่สามารถทะลุระดับนี้ไปได้ในช่วงที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงแรงขายที่แข็งแกร่งในบริเวณดังกล่าว ระดับนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของเส้นแนวต้านบนของรูปแบบสามเหลี่ยมสมมาตรที่กำลังก่อตัว
จากมุมมองของการวิเคราะห์ปริมาณการซื้อขาย บริเวณนี้แสดงการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายในการทดสอบครั้งก่อน ซึ่งบ่งชี้ถึงความต้องการขายที่สะสมอยู่ อย่างไรก็ตาม หากสามารถทะลุระดับนี้ด้วยปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จะเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างตลาดที่สำคัญและเปิดทางสู่เป้าหมายที่สูงขึ้นในระยะยาว
ระดับ 89.39 เยนซึ่งสอดคล้องกับระดับ 50 เปอร์เซ็นต์ของ Fibonacci Retracement จากจุดสูงสุด 99.01 เยนถึงจุดต่ำสุด 79.77 เยนเป็นแนวต้านทางเทคนิคที่มีความสำคัญสูง ระดับ 50 เปอร์เซ็นต์ของ Fibonacci มักได้รับความสนใจจากนักลงทุนทางเทคนิคเป็นพิเศษ เนื่องจากถือเป็นจุดกึ่งกลางของการเคลื่อนไหวและมักเป็นบริเวณที่เกิดการต่อสู้ระหว่างแรงซื้อและแรงขายอย่างเข้มข้น
การเข้าถึงระดับนี้จะต้องผ่านการทะลุแนวต้านหลายชั้นที่กล่าวมาแล้ว ซึ่งหมายความว่าหากราคาสามารถมาถึงระดับนี้ได้ จะแสดงถึงความแข็งแกร่งของแนวโน้มขาขึ้นที่มีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ระดับนี้อาจเป็นบริเวณที่เกิดการทำกำไรจากนักลงทุนที่เข้าซื้อในระดับต่ำ ทำให้อาจเผชิญแรงขายที่เพิ่มขึ้น
ระดับ 91.96 เยนเป็นเป้าหมายราคาที่คำนวณจากรูปแบบสามเหลี่ยมสมมาตรที่กำลังก่อตัว โดยการวัดความสูงของสามเหลี่ยมและฉายไปยังทิศทางการทะลุ ระดับนี้ถือเป็นเป้าหมายระยะยาวที่ต้องการการทะลุแนวต้านหลายชั้นและการยืนยันของแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่งก่อนจะสามารถเข้าถึงได้
การเคลื่อนไหวไปยังระดับนี้จะต้องได้รับการสนับสนุนจากปัจจัยพื้นฐานที่เอื้ออำนวยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการรักษาความแตกต่างอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมสำหรับ Carry Trade และการปรับปรุงของสภาวะความเชื่อมั่นโดยรวมในตลาด ระดับนี้อาจทำหน้าที่เป็นแนวต้านที่แข็งแกร่งเนื่องจากเป็นบริเวณที่นักลงทุนที่ติดค้างจากการลดลงครั้งใหญ่ในปี 2024 อาจพิจารณาขายเพื่อคืนทุน
จุดสูงสุดประวัติศาสตร์ที่ 99.01 เยนซึ่งเกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม 2024 ยังคงเป็นแนวต้านสูงสุดที่ NZDJPY จะต้องเผชิญในระยะยาว ระดับนี้มีความสำคัญทางจิตวิทยาสูงมาก เนื่องจากเป็นจุดที่ใกล้เคียงกับระดับ 100 เยนซึ่งเป็นตัวเลขกลมที่สำคัญ การเข้าถึงระดับนี้จะต้องการการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานที่สำคัญในปัจจัยเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ
การวิเคราะห์ปริมาณการซื้อขายในช่วงที่ราคาอยู่ใกล้ระดับนี้ในอดีตแสดงให้เห็นการเพิ่มขึ้นอย่างมากของการซื้อขาย ซึ่งบ่งชี้ถึงความสนใจของนักลงทุนสถาบัน อย่างไรก็ตาม การกลับตัวลงอย่างรุนแรงหลังจากแตะระดับนี้ในครั้งก่อนแสดงให้เห็นถึงแรงขายที่แข็งแกร่งซึ่งอาจยังคงมีอยู่
การเข้าใกล้แต่ละระดับแนวต้านต้องการกลยุทธ์ที่แตกต่างกัน สำหรับแนวต้านระยะสั้นที่ 86.00-86.20 เยน นักลงทุนสามารถพิจารณาการทำกำไรบางส่วนและรอการยืนยันการทะลุก่อนเพิ่มตำแหน่งเพิ่มเติม การทะลุแนวต้านที่ 87.73 เยนจะเป็นสัญญาณสำคัญที่อาจต้องการการปรับเพิ่มตำแหน่งหรือการเข้าสู่ตำแหน่งใหม่ สำหรับระดับที่สูงกว่า 89.39 เยน การจัดการความเสี่ยงและการใช้ Trailing Stop จะมีความสำคัญเพิ่มขึ้นเนื่องจากความผันผวนที่อาจเพิ่มสูงขึ้น
การวิเคราะห์ระดับแนวรับของ NZDJPY มีความสำคัญไม่แพ้การศึกษาแนวต้าน เนื่องจากระดับเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการจัดการความเสี่ยงและการกำหนดจุดหยุดขาดทุนที่เหมาะสม การทำความเข้าใจโครงสร้างแนวรับจะช่วยให้นักลงทุนสามารถระบุโอกาสการเข้าซื้อในระดับที่เหมาะสมและประเมินความแข็งแกร่งของแนวโน้มขาขึ้นได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ระดับแนวรับต่างๆ จะถูกจัดลำดับตามความสำคัญและระยะเวลาที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของราคา
ระดับแนวรับแรกที่ NZDJPY จะพบในกรณีที่เกิดการปรับตัวลงจากระดับปัจจุบันอยู่ในช่วง 85.00-85.20 เยน ซึ่งเป็นบริเวณที่มีความหนาแน่นของการสนับสนุนทางเทคนิคหลายประการ ระดับ 85.00 เยนมีความสำคัญทางจิตวิทยาในฐานะตัวเลขกลมที่นักลงทุนมักใช้เป็นเครื่องหมายสำคัญในการตัดสินใจ นอกจากนี้ ระดับ 85.19 เยนยังเป็นจุดต่ำสุดรายสัปดาห์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ซึ่งทำหน้าที่เป็น Down Fractal ที่สำคัญ
ความแข็งแกร่งของแนวรับในบริเวณนี้ได้รับการเสริมจากการที่เป็นช่วงราคาเฉลี่ยที่ตลาดซื้อขายอยู่เป็นประจำในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา การวิเคราะห์ปริมาณการซื้อขายแสดงให้เห็นการเพิ่มขึ้นของความสนใจจากผู้ซื้อเมื่อราคาเข้าใกล้ระดับนี้ การที่ราคาสามารถฟื้นตัวจากระดับ 85.19 เยนได้อย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมาแสดงถึงความต้องการซื้อที่แข็งแกร่งในบริเวณดังกล่าว
ระดับแนวรับถัดมาที่มีความสำคัญสูงอยู่ในช่วง 84.61-84.89 เยน ซึ่งรวมตัวของปัจจัยเทคนิคสำคัญหลายประการ ระดับ 84.61 เยนเป็นจุดต่ำสุดที่เกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมและได้รับการทดสอบหลายครั้งโดยไม่สามารถทะลุลงไปได้ ขณะที่ระดับ 84.89 เยนสอดคล้องกับตำแหน่งของเส้น Kijun-sen ในระบบ Ichimoku Cloud ซึ่งทำหน้าที่เป็นแนวรับพลวัตที่สำคัญ
การวิเคราะห์โครงสร้างตลาดแสดงให้เห็นว่าบริเวณนี้เป็นจุดที่มีการสะสมตำแหน่งจากนักลงทุนระยะกลางอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากข้อมูลการถือครองตำแหน่งของผู้ประกอบการที่แสดงการเพิ่มขึ้นของตำแหน่งซื้อในช่วงราคานี้ ความสำเร็จในการรักษาระดับนี้จะเป็นสัญญาณเชิงบวกที่สำคัญสำหรับการคงอยู่ของแนวโน้มขาขึ้นในระยะกลาง
ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วันที่อยู่ในระดับ 84.50 เยนถือเป็นแนวรับที่มีความสำคัญสูงสุดในระยะกลางถึงยาว ระดับนี้ไม่เพียงแต่เป็นตัวชี้วัดทิศทางแนวโน้มระยะยาวเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือที่นักลงทุนสถาบันใช้ในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ การที่ราคาสามารถรักษาตัวเหนือค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วันอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ช่วงต้นเดือนเมษายนแสดงถึงความแข็งแกร่งของพื้นฐานทางเทคนิค
ประวัติศาสตร์การเคลื่อนไหวของ NZDJPY แสดงให้เห็นว่าเมื่อใดก็ตามที่ราคาตกลงมาทดสอบค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน มักเกิดการซื้อที่แข็งแกร่งจากนักลงทุนที่มองว่าเป็นโอกาสในการเข้าซื้อในราคาที่น่าสนใจ อย่างไรก็ตาม การทะลุลงไปใต้ระดับนี้อย่างมีนัยสำคัญจะเป็นสัญญาณเตือนถึงการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างแนวโน้มระยะยาว
ส่วนบนของเมฆ Kumo ที่อยู่ในช่วง 83.50-83.75 เยนเป็นแนวรับที่มีความสำคัญสูงมากสำหรับการรักษาโครงสร้างแนวโน้มขาขึ้นในระยะกลาง การที่ราคา NZDJPY สามารถซื้อขายเหนือเมฆ Kumo ได้อย่างต่อเนื่องเป็นสัญญาณเชิงบวกที่แข็งแกร่ง ขณะที่การตกลงไปใต้เมฆจะส่งสัญญาณการเปลี่ยนแปลงทิศทางที่สำคัญ
ระดับ 83.50 เยนมีความสำคัญเพิ่มเติมจากการเป็นจุดต่ำสุดที่ก่อให้เกิดรูปแบบ Double Bottom ในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายน 2025 การทดสอบระดับนี้หลายครั้งโดยไม่สามารถทะลุลงไปได้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแรงซื้อในบริเวณดังกล่าว รูปแบบ Double Bottom นี้ถือเป็นสัญญาณการกลับทิศที่มีนัยสำคัญ และการรักษาระดับนี้จะยืนยันความสมบูรณ์ของรูปแบบดังกล่าว
ระดับ 23.6 เปอร์เซ็นต์ของ Fibonacci Retracement ที่ 84.32 เยน ซึ่งคำนวณจากการเคลื่อนไหวจากจุดสูงสุด 99.01 เยนถึงจุดต่ำสุด 79.77 เยน เป็นแนวรับทางเทคนิคที่นักลงทุนให้ความสำคัญ ระดับ Fibonacci มักได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในหมู่นักวิเคราะห์ทางเทคนิค และการที่ราคาตอบสนองต่อระดับเหล่านี้เป็นหลักฐานของประสิทธิภาพของเครื่องมือนี้
การที่ราคาปัจจุบันซื้อขายใกล้เคียงกับระดับ Fibonacci 23.6 เปอร์เซ็นต์แสดงให้เห็นว่าตลาดกำลังอยู่ในช่วงของการฟื้นตัวเบื้องต้นจากการปรับตัวลงครั้งใหญ่ การรักษาระดับนี้จะเป็นสัญญาณเชิงบวกสำหรับการเคลื่อนไหวต่อไปสู่ระดับ Fibonacci ที่สูงขึ้น ในขณะที่การทะลุลงไปอาจนำไปสู่การทดสอบระดับต่ำสุดก่อนหน้านี้
ระดับ 80.00 เยนเป็นแนวรับทางจิตวิทยาที่สำคัญซึ่งมีความหมายเกินกว่าการเป็นเพียงตัวเลขกลม ระดับนี้เป็นบริเวณที่ใกล้เคียงกับจุดต่ำสุด 52 สัปดาห์ที่ 79.77 เยนซึ่งเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2024 การเข้าใกล้ระดับนี้จะกระตุ้นความสนใจจากนักลงทุนหลายกลุมที่อาจมองว่าเป็นโอกาสการซื้อในระยะยาว
ประวัติศาสตร์การเคลื่อนไหวของ NZDJPY แสดงให้เห็นว่าระดับ 80.00 เยนมักเป็นจุดที่เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของตลาด การที่ราคาลดลงมาถึงระดับนี้ในอดีตมักจะกระตุ้นการเข้าแทรกแซงจากธนาคารกลางหรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม การทะลุลงไปใต้ระดับนี้อย่างมีนัยสำคัญจะส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานที่สำคัญในความสัมพันธ์ระหว่างสองสกุลเงิน
จุดต่ำสุด 52 สัปดาห์ที่ 79.77 เยนซึ่งเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2024 ถือเป็นแนวรับสุดท้ายที่มีความสำคัญสูงสุดในระยะยาว การทะลุลงไปใต้ระดับนี้จะหมายถึงการสร้างจุดต่ำสุดใหม่และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างตลาดอย่างพื้นฐาน ระดับนี้ไม่เพียงแต่มีความสำคัญทางเทคนิคเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดที่อาจกระตุ้นการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินหรือการแทรกแซงจากทางการของทั้งสองประเทศ
การวิเคราะห์ปริมาณการซื้อขายในช่วงที่ราคาอยู่ใกล้ระดับนี้แสดงให้เห็นการเพิ่มขึ้นอย่างมากของกิจกรรมการซื้อขาย ซึ่งสะท้อนความสนใจจากนักลงทุนที่หลากหลาย การฟื้นตัวจากระดับนี้ในอดีตเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและมีความแข็งแกร่ง ซึ่งบ่งชี้ถึงการสนับสนุนที่แข็งแกร่งจากนักลงทุนระยะยาว
การจัดการความเสี่ยงจะต้องปรับเปลี่ยนตามระดับแนวรับที่ราคากำลังทดสอบ สำหรับการซื้อขายระยะสั้น การใช้ระดับ 85.00 เยนเป็นจุดหยุดขาดทุนจะให้ความคุ้มครองที่เหมาะสม ขณะที่นักลงทุนระยะกลางอาจใช้ระดับ 84.50 เยนเป็นเกณฑ์สำคัญ สำหรับตำแหน่งระยะยาว การทะลุลงไปใต้เมฆ Ichimoku ที่ 83.50 เยนจะเป็นสัญญาณสำคัญที่ต้องพิจารณาปรับกลยุทธ์
การรักษาระดับแนวรับเหล่านี้ไม่เพียงแต่มีความสำคัญต่อการกำหนดจุดหยุดขาดทุนเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวชี้วัดสำคัญของความแข็งแกร่งของแนวโน้มขาขึ้น การที่ราคาสามารถฟื้นตัวจากระดับแนวรับด้วยปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นจะเป็นสัญญาณเชิงบวกสำหรับการเคลื่อนไหวต่อไป ในขณะที่การทะลุลงไปอย่างมีนัยสำคัญจะต้องการการประเมินกลยุทธ์ใหม่อย่างรอบคอบ
การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานของ NZDJPY ในช่วงปัจจุบันเผยให้เห็นภาพที่ซับซ้อนของการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินและสภาวะเศรษฐกิจที่กำลังส่งผลต่อทิศทางการเคลื่อนไหวของคู่สกุลเงินนี้ ความเข้าใจในปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้นักลงทุนสามารถประเมินแนวโน้มระยะยาวและปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นโยบายการเงินของธนาคารกลางทั้งสองประเทศกำลังเดินทางในทิศทางที่แตกต่างกัน ซึ่งสร้างพลวัตที่น่าสนใจสำหรับการซื้อขาย NZDJPY ธนาคารกลางนิวซีแลนด์กำลังอยู่ในช่วงของการผ่อนคลายนโยบายการเงินอย่างต่อเนื่อง โดยการตัดลดอัตราดอกเบี้ยหลักที่คาดการณ์ในวันที่ 28 พฤษภาคมจะเป็นการลดครั้งที่หกติดต่อกันนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2024 การดำเนินนโยบายนี้สะท้อนความพยายามของธนาคารกลางในการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะผลกระทบจากมาตรการภาษีการค้าของสหรัฐอเมริกา
ในทางตรงกันข้าม ธนาคารกลางญี่ปุ่นยังคงดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย แต่กำลังเผชิญแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากอัตราเงินเฟ้อที่สูงกว่าเป้าหมาย อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานของกรุงโตเกียวที่คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 3.5 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบรายปีสร้างความท้าทายให้กับท่าทีของธนาคารกลาง แม้จะยังคงอัตราดอกเบี้ยหลักไว้ที่ระดับ 0.50 เปอร์เซ็นต์ แต่ความเป็นไปได้ของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกรกฎาคมเริ่มได้รับการพิจารณาอย่างจริงจังจากนักวิเคราะห์
ความแตกต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสองประเทศยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญสำหรับการซื้อขาย Carry Trade พันธบัตรรัฐบาลนิวซีแลนด์อายุสองปีให้ผลตอบแทน 3.60 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับพันธบัตรญี่ปุ่นที่ 0.73 เปอร์เซ็นต์ ความแตกต่าง 287 จุดฐานนี้ยังคงให้ความน่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนจากการลงทุนแบบ Carry Trade แม้จะมีการคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของนิวซีแลนด์ การคำนวณกำไรสุทธิจาก Carry Trade หลังหักต้นทุนการป้องกันความเสี่ยงยังคงอยู่ที่ประมาณ 167 จุดฐานต่อปี ซึ่งถือเป็นระดับที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนสถาบัน
เศรษฐกิจนิวซีแลนด์กำลังเผชิญกับความท้าทายจากการชะลอตัวของการเติบโตภายในประเทศและผลกระทบจากความไม่แน่นอนทางการค้าระหว่างประเทศ ดัชนียอดขายปลีกรายไตรมาสแรกของปี 2025 ที่ปรับตัวขึ้นเพียง 0.7 เปอร์เซ็นต์ต่ำกว่าการคาดการณ์ที่ 0.9 เปอร์เซ็นต์ สะท้อนความอ่อนแอของการบริโภคภายในประเทศ การลดลงของดัชนีราคานมโลกที่ลดลง 0.9 เปอร์เซ็นต์ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมส่งผลกระทบต่อรายได้จากการส่งออกสินค้าเกษตรที่เป็นรายได้หลักของประเทศ
อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานของนิวซีแลนด์ที่อยู่ในช่วง 2.5-3.0 เปอร์เซ็นต์ยังคงต่ำกว่าเป้าหมายกลางของธนาคารกลางที่ 2 เปอร์เซ็นต์ สถานการณ์นี้ให้ความยืดหยุ่นแก่ธนาคารกลางในการดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายต่อไปเพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าธนาคารกลางอาจปรับลดการคาดการณ์อัตราการเติบโตเศรษฐกิจของปี 2025 จาก 1.2 เปอร์เซ็นต์เป็น 0.8 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสะท้อนความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า
เศรษฐกิจญี่ปุ่นแสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่หลากหลาย การผลิตภาคอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะขยายตัว 0.2 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบรายเดือนในเดือนเมษายนหลังจากหดตัว 1.4 เปอร์เซ็นต์ในเดือนมีนาคมแสดงถึงการฟื้นตัวของห่วงโซ่อุปทานและความต้องการส่งออก อัตราการว่างงานที่คงที่ที่ระดับ 2.5 เปอร์เซ็นต์สะท้อนภาวะตลาดแรงงานที่แน่นหนาและสนับสนุนการบริโภคภายในประเทศ
มาตรการภาษีนำเข้าสากล 10 เปอร์เซ็นต์ของสหรัฐอเมริกาที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนเมษายน 2025 สร้างความกดดันอย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจที่พึ่งพาการส่งออกอย่างนิวซีแลนด์ แม้จะมีช่วงหยุดพักการขึ้นภาษี 90 วัน แต่ความไม่แน่นอนต่อห่วงโซ่อุปทานโลกยังคงส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและแผนการลงทุนของภาคเอกชน การฟื้นตัวของ NZDJPY ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่เพิ่มขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์จากจุดต่ำสุดเดือนเมษายนถูกจำกัดโดยปัจจัยนี้
สำหรับญี่ปุ่น ความขัดแย้งทางการค้าส่งผลกระทบในลักษณะที่แตกต่าง การอ่อนค่าของเงินเยนที่เกิดจากนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายสร้างประโยชน์ให้กับผู้ส่งออก โดยเฉพาะในภาคเทคโนโลยีที่มีการแข่งขันสูงในตลาดโลก การที่ดัชนี Nikkei 225 ปรับตัวขึ้น 0.8 เปอร์เซ็นต์มาอยู่ที่ระดับ 39,450 จุดสะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อภาคผู้ส่งออกที่ได้ประโยชน์จากสกุลเงินที่อ่อนค่า
การวิเคราะห์การไหลของเงินทุนระหว่างตลาดแสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในทัศนคติความเสี่ยงของนักลงทุน การไหลเข้าของเงินทุนสู่กองทุนหุ้นตลาดเกิดใหม่ที่ 9.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนเมษายนสะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่สภาวะ Risk-On ที่เอื้ออำนวยต่อสกุลเงินของประเทศเกิดใหม่และสกุลเงินสินค้าโภคภัณฑ์ ดัชนี VIX ที่ลดลงสู่ระดับ 12.5 จุดยืนยันการลดลงของความกังวลในตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา
การอ่อนค่าของดัชนีดอลลาร์สหรัฐที่ซื้อขายในช่วง 98.87-99.11 จุดส่งผลบวกต่อสกุลเงินสินค้าโภคภัณฑ์ผ่านความสัมพันธ์แบบผกผันที่ระดับ -0.65 การลดลงของดัชนีนี้เกิดจากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากมาตรการภาษีการค้าต่อเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาและการปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือเครดิตโดยสถาบันจัดอันดับ Moody’s การเคลื่อนไหวนี้สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการแข็งค่าของสกุลเงินทางเลือก
ข้อมูลการถือครองตำแหน่งจากรายงาน Commitment of Traders เผยให้เห็นความขัดแย้งที่น่าสนใจระหว่างกลุ่มนักลงทุนต่างๆ นักเก็งกำไรมีตำแหน่ง Net Short ดอลลาร์นิวซีแลนด์สูงถึง 23,652 สัญญา ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบหกเดือน ขณะที่ผู้ประกอบการกลับมีตำแหน่ง Net Long 24,260 สัญญา ความขัดแย้งนี้มักเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงทิศทางที่สำคัญ เนื่องจากผู้ประกอบการมักมีข้อมูลที่ใกล้เคียงกับสภาวะตลาดจริงมากกว่านักเก็งกำไร
นักลงทุนรายย่อยแสดงท่าทีที่แตกต่างโดยมีสัดส่วนการถือครองตำแหน่งซื้อ NZDJPY ที่ 70 เปอร์เซ็นต์ โดยมีราคาเฉลี่ยของตำแหน่งซื้อที่ 86.95 เยนซึ่งสูงกว่าราคาปัจจุบัน 1.9 เปอร์เซ็นต์ สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นว่านักลงทุนรายย่อยส่วนใหญ่กำลังอยู่ในสภาวะขาดทุนและอาจเป็นแรงกดดันขายเพิ่มเติมหากราคาไม่สามารถฟื้นตัวกลับไปสู่ระดับที่พวกเขาซื้อไว้
การประชุมของธนาคารกลางนิวซีแลนด์ในวันที่ 28 พฤษภาคมเป็นเหตุการณ์สำคัญที่จะกำหนดทิศทางระยะสั้นของ NZDJPY หากธนาคารกลางแสดงท่าทีที่เปิดกว้างต่อการผ่อนคลายนโยบายเพิ่มเติมมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ อาจส่งผลให้ดอลลาร์นิวซีแลนด์เผชิญแรงกดดันเพิ่มเติม ในทางกลับกัน การให้สัญญาณหยุดพักการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอาจสนับสนุนการฟื้นตัวของสกุลเงิน
สำหรับญี่ปุ่น ข้อมูลเงินเฟ้อกรุงโตเกียวที่จะประกาศในวันที่ 29 พฤษภาคมจะเป็นตัวกำหนดสำคัญของความคาดหวังต่อนโยบายการเงิน หากตัวเลขสูงกว่าคาดการณ์อย่างมีนัยสำคัญ จะเพิ่มความเป็นไปได้ของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกรกฎาคมและอาจส่งผลให้เงินเยนแข็งค่าขึ้นจากการเก็งกำไรเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนโยบาย
ปัจจัยภายนอกที่สำคัญรวมถึงความคืบหน้าของการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นโดยรวมในตลาดการเงินโลก การฟื้นตัวของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้น 0.53 เปอร์เซ็นต์สู่ 65.03 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จะสนับสนุนสกุลเงินของประเทศผู้ส่งออกพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์อย่างนิวซีแลนด์
การรวมพิจารณาปัจจัยพื้นฐานทั้งหมดแสดงให้เห็นสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนแต่มีแนวโน้มเอื้ออำนวยต่อการฟื้นตัวของ NZDJPY ในระยะสั้นถึงกลาง ความแตกต่างอัตราดอกเบี้ยที่ยังคงน่าสนใจ การเปลี่ยนแปลงของทัศนคติความเสี่ยงในทิศทางเชิงบวก และการกระจุกตัวของตำแหน่งขายที่มากเกินไปล้วนสนับสนุนโอกาสการฟื้นตัว แต่ความสำเร็จจะขึ้นอยู่กับการที่ปัจจัยเหล่านี้สามารถเอาชนะความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนทางการค้าได้
การวิเคราะห์ NZDJPY ในปัจจุบันเผยให้เห็นภาพรวมของตลาดที่กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ โดยการรวมตัวของปัจจัยทางเทคนิคและพื้นฐานหลายประการชี้ไปในทิศทางของโอกาสการฟื้นตัวที่น่าสนใจในระยะสั้นถึงกลาง การวิเคราะห์แบบองค์รวมจากหลายมิติแสดงให้เห็นว่าแม้ตลาดจะเผชิญกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินและความไม่แน่นอนทางการค้า แต่พื้นฐานสำหรับการเคลื่อนไหวในทิศทางขาขึ้นยังคงมีความแข็งแกร่ง
จากมุมมองทางเทคนิค NZDJPY แสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนหลังจากการซื้อขายในสภาวะ Oversold เป็นระยะเวลานาน การก่อตัวของรูปแบบ Double Bottom ที่ระดับ 83.50 เยนและการรักษาตัวเหนือเมฆ Ichimoku อย่างต่อเนื่องสร้างพื้นฐานทางเทคนิคที่แข็งแกร่งสำหรับการเคลื่อนไหวขาขึ้น การที่ราคาสามารถซื้อขายเหนือค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วันที่ระดับ 84.50 เยนเป็นสัญญาณเชิงบวกที่สำคัญ ขณะที่การฟื้นตัวของตัวชี้วัดโมเมนตัมจากระดับ Oversold ยืนยันการเปลี่ยนแปลงของแรงขายสู่แรงซื้อ
รูปแบบสามเหลี่ยมสมมาตรที่กำลังก่อตัวระหว่างระดับ 83.50-87.73 เยนจะเป็นตัวกำหนดทิศทางระยะกลาง การทะลุออกจากรูปแบบนี้ในทิศทางขาขึ้นจะเปิดทางสู่เป้าหมายที่ 91.96 เยนตามการคำนวณทางเทคนิค อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของการฟื้นตัวจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการทะลุแนวต้านสำคัญที่ระดับ 86.00-86.20 เยนซึ่งเป็นบริเวณที่รวมตัวของปัจจัยทางเทคนิคหลายประการ
ปัจจัยพื้นฐานสนับสนุนมุมมองเชิงบวกผ่านกลไกหลายประการ ความแตกต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างนิวซีแลนด์และญี่ปุ่นที่ 287 จุดฐานสำหรับพันธบัตรอายุสองปียังคงให้ความน่าสนใจสำหรับการซื้อขาย Carry Trade แม้จะมีการคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางนิวซีแลนด์ การคำนวณกำไรสุทธิที่ประมาณ 167 จุดฐานต่อปีหลังหักต้นทุนการป้องกันความเสี่ยงยังคงอยู่ในระดับที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนสถาบัน
การเปลี่ยนแปลงของทัศนคติความเสี่ยงในตลาดโลกสู่สภาวะ Risk-On ที่แสดงผลผ่านดัชนี VIX ที่ลดลงสู่ระดับ 12.5 จุดและการไหลเข้าของเงินทุนสู่สินทรัพย์เสี่ยงสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อสกุลเงินสินค้าโภคภัณฑ์ การอ่อนค่าของดัชนีดอลลาร์สหรัฐเสริมแรงหนุนเพิ่มเติมผ่านความสัมพันธ์แบบผกผันที่แข็งแกร่ง
ข้อมูลการถือครองตำแหน่งจากรายงาน Commitment of Traders เผยให้เห็นสภาวะที่เอื้ออำนวยต่อการเคลื่อนไหวแบบ Contrarian โดยนักเก็งกำไรมีตำแหน่ง Net Short ดอลลาร์นิวซีแลนด์ที่ระดับสูงสุดในรอบหกเดือน ขณะที่ผู้ประกอบการกลับสะสมตำแหน่งซื้ออย่างต่อเนื่อง ความขัดแย้งนี้มักเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงทิศทางที่สำคัญและสนับสนุนโอกาสการฟื้นตัวในระยะข้างหน้า
จากการวิเคราะห์ครบถ้วนแล้ว เราเสนอกลยุทธ์ Contrarian Bullish Bias สำหรับ NZDJPY โดยมีรายละเอียดดังนี้
จุดเข้าเทรด ควรพิจารณาการซื้อในช่วงระดับ 85.00-85.50 เยน ซึ่งเป็นบริเวณที่ได้รับการสนับสนุนจากค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่สำคัญและระดับ Fibonacci Retracement การเข้าเทรดในบริเวณนี้จะให้อัตราส่วน Risk-Reward ที่เหมาะสมและโอกาสการทำกำไรที่น่าสนใจ
การจัดการความเสี่ยง การตั้ง Stop Loss ควรอยู่ที่ระดับ 84.30 เยน ซึ่งใต้แนวรับสำคัญ 84.61 เยนเพื่อให้พื้นที่สำหรับความผันผวนปกติของตลาด การใช้ Position Size ที่ไม่เกิน 3-5 เปอร์เซ็นต์ของพอร์ตจะช่วยควบคุมความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
เป้าหมายการทำกำไร เป้าหมายระยะสั้นอยู่ที่ 86.80 เยนซึ่งสอดคล้องกับค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วันและการคำนวณจากรูปแบบ Double Bottom เป้าหมายระยะกลางที่ 87.73 เยนจะเป็นระดับสำคัญที่ต้องการการยืนยันจากปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น หากสามารถทะลุระดับนี้ได้ จะเปิดทางสู่เป้าหมายระยะยาวที่ 89.39 เยน
การประชุมของธนาคารกลางนิวซีแลนด์ในวันที่ 28 พฤษภาคมเป็นเหตุการณ์สำคัญที่สุดที่จะกำหนดทิศทางระยะสั้น นักลงทุนควรเตรียมพร้อมสำหรับความผันผวนที่อาจเพิ่มขึ้นและพิจารณาการลดขนาดตำแหน่งก่อนการประชุมหากจำเป็น การให้สัญญาณเกี่ยวกับนโยบายในอนาคตจะมีผลกระทบมากกว่าการตัดสินใจด้านอัตราดอกเบี้ยที่ตลาดคาดการณ์ไว้แล้ว
ข้อมูลเงินเฟ้อกรุงโตเกียวในวันที่ 29 พฤษภาคมจะเป็นตัวกำหนดสำคัญของความคาดหวังต่อนโยบายการเงินญี่ปุ่น ตัวเลขที่สูงกว่าคาดการณ์อย่างมีนัยสำคัญอาจเพิ่มความเป็นไปได้ของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกรกฎาคมและส่งผลต่อพลวัตของ NZDJPY ในระยะกลาง
แม้สภาพแวดล้อมโดยรวมจะเอื้ออำนวยต่อการฟื้นตัวของ NZDJPY แต่นักลงทุนควรให้ความสำคัญกับปัจจัยเสี่ยงหลายประการ ความไม่แน่นอนจากสงครามการค้าอาจสร้างความผันผวนฉับพลันหากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่ไม่คาดคิด การที่นักลงทุนรายย่อยมีตำแหน่งซื้อที่สูงถึง 70 เปอร์เซ็นต์อาจเป็นแรงกดดันขายเพิ่มเติมหากราคาไม่สามารถฟื้นตัวตามคาดการณ์
การเปลี่ยนแปลงของสภาวะสภาพคล่องในตลาดฟอเร็กซ์โลกอาจส่งผลต่อความผันผวนของ NZDJPY ซึ่งเป็นคู่สกุลเงินที่มีสภาพคล่องรองลงมา นักลงทุนควรเตรียมพร้อมสำหรับการปรับกลยุทธ์หากสภาวะตลาดเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
การวิเคราะห์ NZDJPY ในปัจจุบันแสดงให้เห็นโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่เข้าใจความเสี่ยงและสามารถจัดการตำแหน่งได้อย่างเหมาะสม การรวมตัวของสภาวะ Oversold ทางเทคนิค ปัจจัยพื้นฐานที่สนับสนุน Carry Trade และการกระจุกตัวของตำแหน่งขายที่มากเกินไปสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการฟื้นตัวในระยะสั้นถึงกลาง
ความสำเร็จของกลยุทธ์นี้จะขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตามหลักการจัดการความเสี่ยงอย่างเคร่งครัดและการติดตามการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยพื้นฐานอย่างใกล้ชิด นักลงทุนที่สามารถรักษาวินัยในการเทรดและปรับกลยุทธ์ตามสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงจะมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่น่าพอใจจากการเคลื่อนไหวของ NZDJPY ในช่วงเวลาข้างหน้า
การเคลื่อนไหวในสัปดาห์หน้าจะเป็นตัวกำหนดสำคัญของทิศทางระยะกลาง การทะลุแนวต้าน 86.20 เยนด้วยปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นจะเป็นสัญญาณยืนยันของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างตลาดและเปิดโอกาสสำหรับการเคลื่อนไหวต่อไปสู่เป้าหมายที่สูงขึ้น ในขณะที่การรักษาระดับแนวรับสำคัญจะยืนยันความแข็งแกร่งของพื้นฐานการฟื้นตัวและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนที่ถือตำแหน่งซื้อในระยะยาว