หมายเหตุสำคัญ!
เราใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดบนเว็บไซต์ของเรา
ด้วยการคลิกที่ ‘ตกลง’ คุณได้ยอมรับการใช้คุกกี้ของเราตามที่อธิบายไว้ใน นโยบายคุกกี้
ถ้าสถานที่ ตารางเวลา หรือพื้นฐานของคุณไม่จำกัดศักยภาพทางการเงินอีกต่อไปจะเป็นอย่างไร ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราได้กลายเป็นหนึ่งในช่องทางที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมเงิน เวลา และอนาคตของตนเองมากขึ้น
จากเดิมที่จำกัดอยู่เฉพาะสถาบันขนาดใหญ่ ปัจจุบัน Forex เปิดกว้างสำหรับทุกคนที่พร้อมเรียนรู้ มอบโอกาสในการเทรดตลอด 24 ชั่วโมง การเข้าถึงตลาดทั่วโลก และโอกาสสร้างผลกำไรจากความเคลื่อนไหวของโลก
ในทุก ๆ วัน เทรดเดอร์ในทุกช่วงของเส้นทางการเทรดใช้ตลาดนี้เพื่อพัฒนาทักษะ กระจายแหล่งรายได้ และก้าวไปสู่ความมั่นใจทางการเงินที่มากขึ้น
แต่ความสำเร็จใน Forex ไม่ได้ขึ้นอยู่กับโชค หากเริ่มต้นจากความเข้าใจในสิ่งที่ทำให้ตลาดนี้แตกต่างอย่างแท้จริง
10 เรื่องน่าทึ่งเกี่ยวกับ Forex ต่อไปนี้ อาจเปลี่ยนมุมมองของคุณต่อเงิน โอกาส และสิ่งที่คุณสามารถทำได้
คุณอาจคิดว่าตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กคือยักษ์ใหญ่ของโลกการเงิน แต่หากวัดกันที่ปริมาณการซื้อขายแล้ว ยังห่างไกลจากตลาด Forex มาก
ตลาด Forex เป็นตลาดการเงินที่มีขนาดใหญ่และมีสภาพคล่องสูงที่สุดในโลก โดยจากรายงานการสำรวจธนาคารกลางรายสามปีล่าสุดของธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) ระบุว่า ปริมาณการซื้อขายในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราทั่วโลกสูงถึง 7.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ปริมาณการซื้อขายต่อวันดังกล่าวสูงกว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) รายปีของญี่ปุ่นหรือเยอรมนี และสูงกว่าปริมาณการซื้อขายต่อวันของตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กซึ่งโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 20–30 พันล้านดอลลาร์สหรัฐอย่างมาก
แล้วเรื่องนี้สำคัญกับคุณอย่างไร
สภาพคล่อง เนื่องจากตลาดมีขนาดใหญ่มาก แทบจะมีผู้พร้อมรับอีกฝั่งของการเทรดของคุณอยู่เสมอ
สภาพคล่องที่สูงนี้โดยทั่วไปช่วยให้สเปรดแคบลง (ต้นทุนการทำธุรกรรมต่ำลง) และทำให้คุณสามารถเข้าและออกจากการเทรดได้ทันที โดยไม่ต้องกังวลว่าจะติดอยู่ในสถานะการเทรด
หากคุณต้องการเจาะลึกมากขึ้น บล็อกของเราจะอธิบายว่าผู้ให้สภาพคล่องทำงานอย่างไรในตลาด Forex

แม้ว่ามนุษย์จะมีการแลกเปลี่ยนสกุลเงินมาตั้งแต่สมัยโบราณ แต่ระบบการเทรด Forex สมัยใหม่อย่างที่เรารู้จักกันในปัจจุบันนั้นยังถือว่าใหม่มาก
เป็นเวลาหลายทศวรรษที่เศรษฐกิจโลกดำเนินอยู่ภายใต้ระบบเบรตตันวูดส์ ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1944
ภายใต้ข้อตกลงนี้ สกุลเงินหลักของประเทศต่าง ๆ ถูกผูกกับดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสามารถแลกเป็นทองคำได้ในอัตราคงที่ 35 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ระบบดังกล่าวสร้างเสถียรภาพ แต่เป็นระบบอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ที่ขาดความยืดหยุ่น
ทุกอย่างเปลี่ยนไปในช่วงต้นทศวรรษ 1970 เมื่อเผชิญกับเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นและการขาดดุลการค้าที่ขยายตัว ประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสันได้ระงับการแลกเปลี่ยนดอลลาร์เป็ ทองคำในปี 1971 เหตุการณ์นี้เป็นที่รู้จักในประวัติศาสตร์ว่า Nixon Shock
การตัดสินใจนี้ส่งผลให้ระบบเบรตตันวูดส์สิ้นสุดลงโดยปริยาย ภายในเดือนมีนาคม 1973 สกุลเงินหลักต่าง ๆ เริ่มลอยตัวเทียบกันเอง มูลค่าของสกุลเงินไม่ได้ถูกกำหนดโดยรัฐบาลอีกต่อไป แต่ขับเคลื่อนโดยกลไกตลาด คือ อุปสงค์และอุปทาน การเปลี่ยนผ่านนี้ก่อให้เกิดตลาดการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราสมัยใหม่แบบกระจายศูนย์ที่เราใช้งานอยู่ในปัจจุบัน พร้อมเปิดโอกาสให้กับการเก็งกำไรและความผันผวนสูงที่เทรดเดอร์ชื่นชอบ
มีเสน่ห์บางอย่างในวิธีที่สิ่งซึ่งยืนหยัดผ่านกาลเวลายังคงโดดเด่นอยู่ในตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบัน
ปอนด์สเตอร์ลิงของสหราชอาณาจักร (GBP) ได้รับการยกย่องว่าเป็นสกุลเงินที่เก่าแก่ที่สุดในโลกซึ่งยังคงใช้งานอย่างต่อเนื่อง
ตามข้อมูลจาก Royal Mint ซึ่งเป็นหน่วยงานผลิตเหรียญอย่างเป็นทางการของสหราชอาณาจักร ประวัติของปอนด์สามารถย้อนกลับไปได้ถึงราวปี ค.ศ. 775 ในยุคแองโกล-แซกซัน คำว่า “Sterling” หมายถึงเหรียญเงินที่ใช้ในยุคนั้น โดยจำนวน 240 เหรียญมีน้ำหนักรวมเท่ากับหนึ่งปอนด์พอดี
แม้ว่าเหรียญและธนบัตรจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากตลอดระยะเวลากว่า 1,200 ปี แต่ปอนด์ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของตนไว้ได้ท่ามกลางสงคราม อาณาจักร และวิกฤตเศรษฐกิจ ปอนด์มีอายุเก่าแก่กว่าดอลลาร์สหรัฐ ยูโร และแม้กระทั่งก่อนการก่อตั้งของหลายประเทศสมัยใหม่
จนถึงวันนี้ ปอนด์ยังคงเป็นสกุลเงินที่ทรงพลัง ในหมู่เทรดเดอร์ คู่เงินนี้ถูกเรียกว่า “Cable” (ชื่อเล่นที่มีที่มาจากยุคที่การทำธุรกรรมส่งผ่านสายเคเบิลใต้น้ำระหว่างลอนดอนและนิวยอร์ก) โดยคู่ GBP/USD เป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงและมีการซื้อขายมากที่สุดในโลก
มีเหตุผลว่าทำไมดอลลาร์สหรัฐ (USD) จึงมักถูกเรียกว่า “Greenback” หรือสกุลเงินสำรองของโลก เพราะมันคือราชาที่ไร้ข้อโต้แย้งในตลาด Forex
ข้อมูลล่าสุดจากการสำรวจรายสามปีของ BIS ระบุว่า ดอลลาร์สหรัฐมีส่วนเกี่ยวข้องกับถึง 88% ของการซื้อขาย Forex ทั้งหม ไม่ว่าคุณจะเทรดเงินยูโร เยน หรือดอลลาร์ออสเตรเลีย โอกาสสูงมากที่คุณกำลังเทรดเทียบกับ USD
ข้อมูลล่าสุดจากการสำรวจรายสามปีของ BIS ระบุว่า ดอลลาร์สหรัฐมีส่วนเกี่ยวข้องกับถึง 88% ของการซื้อขาย Forex ทั้งหมด
ไม่ว่าคุณจะเทรดเงินยูโร เยน หรือดอลลาร์ออสเตรเลีย โอกาสสูงมากที่คุณกำลังเทรดเทียบกับ USD
นอกจากนี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) รายงานว่า ณ ปี 2024/2025 ดอลลาร์สหรัฐคิดเป็นเกือบ 58% ของทุนสำรองเงินตราต่างประเทศทั่วโลกที่มีการจัดสรร
ธนาคารกลางทั่วโลกถือครองดอลลาร์สหรัฐจำนวนมากเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้าระหว่างประเทศและรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศตนเอง

เหตุใดดอลลาร์สหรัฐจึงทรงอิทธิพลอย่างมาก
สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ การติดตามภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ถือเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ข่าวจากธนาคารกลางสหรัฐหรือข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐจะส่งผลกระทบต่อแทบทุกคู่เงินที่คุณทำการเทรด
การเทรด Forex เข้าใจได้ง่ายกว่าที่หลายคนคิด ลองนึกภาพการซื้อผลไม้ในซูเปอร์มาร์เก็ต คุณนำเงินสดไปแลกกับแอปเปิลหรือกล้วย
ในการเทรด Forex คุณกำลังซื้อสกุลเงินหนึ่งพร้อมกับขายอีกสกุลเงินหนึ่ง ลองนึกถึงการช้อปปิ้งที่คุณนำของสิ่งหนึ่งไปแลกกับอีกสิ่งหนึ่ง เพียงแต่เกิดขึ้นในตลาดที่ต่างออกไป
นี่คือเหตุผลที่สกุลเงินถูกเสนอราคาเป็นคู่ เพราะคุณใช้สกุลเงินหนึ่งซื้ออีกสกุลเงินหนึ่ง
มาดูโครงสร้างของคู่เงินกัน: EUR/USD
เมื่อราคา EUR/USD อยู่ที่ 1.1000 หมายความว่า 1 ยูโรมีมูลค่าเท่ากับ 1.10 ดอลลาร์สหรัฐ
ด้วยโครงสร้างที่เป็นเอกลักษณ์นี้ คุณสามารถทำกำไรได้ไม่ว่าตลาดจะขึ้นหรือลง เพียงต้องเลือกทิศทางที่ถูกต้องเมื่อเทียบกับอีกสกุลเงินหนึ่งในคู่
ค้นพบคู่เงินยอดนิยมได้ที่บล็อกของเรา เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจเทรดได้อย่างมีข้อมูลมากขึ้น
แตกต่างจากตลาดหุ้นที่ดำเนินการผ่านตลาดหลักทรัพย์แบบมีศูนย์กลาง เช่น ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) หรือ ตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน (LSE) ตลาด Forex ทำงานในลักษณะตลาดแบบกระจายศูนย์อย่างสมบูรณ์
ไม่มีอาคารศูนย์กลางที่ใช้ประมวลผลคำสั่งซื้อขายทั้งหมด
ในทางกลับกัน ตลาด Forex เป็นตลาดแบบ “Over-the-counter” (OTC)
ตลาดนี้ประกอบด้วยเครือข่ายระดับโลกของธนาคาร โบรกเกอร์ สถาบัน และเทรดเดอร์รายย่อย ที่เชื่อมต่อกันผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์และเครือข่ายคอมพิวเตอร์
แล้วสิ่งนี้หมายความว่าอย่างไรสำหรับคุณ
ตลาด Forex เปิดกว้างสำหรับทุกคน
คุณไม่จำเป็นต้องอยู่ในสำนักงานหรือเมืองใดเมืองหนึ่งโดยเฉพาะเพื่อเข้าร่วม
เพียงแค่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ก็สามารถเข้าถึงได้จากทุกที่
ด้วยบัญชีเทรดจากโบรกเกอร์ที่เชื่อถือได้อย่าง FXGT คุณสามารถเข้าถึงเครือข่ายสภาพคล่องระดับโลกนี้ได้โดยตรง
การเข้าถึงที่ง่ายนี้ยังช่วยลดต้นทุนการเทรดและทำให้ราคามีความสามารถในการแข่งขัน ส่งผลให้ Forex เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้เริ่มต้น
หนึ่งในข้อเท็จจริงที่น่าสนใจของ Forex คือ ตลาดเปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์
เนื่องจากตลาดมีลักษณะเป็นระดับโลกและกระจายศูนย์ เมื่อศูนย์กลางการเงินแห่งหนึ่งปิดลง อีกแห่งหนึ่งก็จะเปิดทำการ
วงจรนี้ดำเนินต่อเนื่องตั้งแต่เช้าวันจันทร์ในนิวซีแลนด์จนถึงบ่ายวันศุกร์ในนิวยอร์ก
วงจรการซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมงนี้มอบความยืดหยุ่นอย่างมาก
ไม่ว่าคุณจะชอบเทรดช่วงดึกหรือช่วงเช้า ก็จะมีตลาดเปิดทำการอยู่เสมอในที่ใดที่หนึ่ง
คุณสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับช่วงเวลาการซื้อขายทั่วโลกได้ที่นี่
เคล็ดลับสำหรับผู้เริ่มต้น:
แม้ว่าคุณจะสามารถเทรดได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่ความผันผวนไม่ได้เกิดขึ้นสม่ำเสมอ
ช่วงเวลาที่คึกคักที่สุดและมักเป็นโอกาสที่ดีที่สุด จะเกิดขึ้นเมื่อช่วงการซื้อขายหลักสองช่วงซ้อนทับกัน เช่น ช่วงลอนดอน/นิวยอร์ก (เวลา 8:00–12:00 น. EST) ซึ่งเป็นช่วงที่ปริมาณการซื้อขายสูงสุด

แม้อุปสงค์และอุปทานจะขับเคลื่อนราคาในแต่ละวัน แต่ผู้เล่นรายใหญ่ที่มีอิทธิพลสูงสุดในตลาด Forex คือธนาคารกลาง
สถาบันอย่างธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve), ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) มีอำนาจในการขับเคลื่อนตลาดหลายพัน pips ภายในเวลาไม่กี่นาที
พวกเขาใช้อิทธิพลเป็นหลักผ่านวิธีต่อไปนี้:
ตัวอย่างที่มีชื่อเสียงเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2015 เมื่อธนาคารแห่งชาติสวิตเซอร์แลนด์ (SNB) ยกเลิกอัตราแลกเปลี่ยนขั้นต่ำ 1.20 ฟรังก์ต่อยูโรโดยไม่คาดคิด
เหตุการณ์ที่เรียกว่า “Francogeddon” ทำให้เงินฟรังก์สวิสพุ่งขึ้นประมาณ 30% เมื่อเทียบกับยูโรภายในไม่กี่นาที ส่งผลให้กองทุนเฮดจ์ฟันด์ขาดทุนหนักและเกิดความผันผวนอย่างรุนแรง
เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจอย่างชัดเจนว่า ในตลาด Forex ผู้เล่นรายใหญ่คือผู้กำหนดทิศทาง
ราคาเงินตราทำหน้าที่เป็นตัวชี้วัดสุขภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ
ดังนั้น ความมั่นคงหรือความไม่มั่นคงทางการเมืองสามารถทำให้ค่าเงินผันผวนอย่างรุนแรงได้
การเลือกตั้ง การลงประชามติ และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ เป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นความผันผวน
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการลงประชามติ Brexit เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2016
เมื่อสหราชอาณักรลงมติออกจากสหภาพยุโรป เงินปอนด์อังกฤษร่วงลงอย่างรุนแรง โดยอ่อนค่าลงประมาณ 8% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐภายในวันเดียว ซึ่งถือเป็นการปรับตัวลงรายวันที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ ณ เวลานั้น
เทรดเดอร์เรียกสถานการณ์เช่นนี้ว่า “ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์”
ในการเทรด การติดตามข่าวสารทั่วโลกอย่างใกล้ชิดถือเป็นสิ่งสำคัญ
หากประเทศใดกำลังเผชิญความไม่สงบทางการเมือง ค่าเงินของประเทศนั้นมักได้รับผลกระทบ เนื่องจากนักลงทุนถอนเงินออกและมองหาสินทรัพย์ที่ปลอดภัยกว่า
คุณอาจคิดว่าตัวเองไม่เคยเทรดสกุลเงินมาก่อน แต่หากคุณเคยเดินทางไปต่างประเทศหรือซื้อสินค้าออนไลน์จากต่างประเทศ คุณก็ได้มีส่วนร่วมในตลาด Forex แล้ว
ทุกครั้งที่คุณแลกเปลี่ยนสกุลเงินท้องถิ่นเป็นสกุลเงินอื่น หรือชำระเงินค่าสินค้านำเข้าออนไลน์ คุณกำลังขายสกุลเงินหนึ่งและซื้ออีกสกุลเงินหนึ่งตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน
แม้แต่ราคาสินค้านำเข้าในซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้านคุณก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน เมื่อค่าเงินของคุณอ่อนตัว สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์ และสินค้านำเข้าอื่น ๆ จะมีราคาสูงขึ้น
เริ่มต้นเส้นทางการเทรดของคุณวันนี้
อุตสาหกรรม Forex เป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีความผันผวนสูงและน่าตื่นเต้น
ตลาดนี้มอบสภาพคล่องที่เหนือกว่า การเข้าถึงตลอด 24 ชั่วโมง และโอกาสในการสร้างผลกำไรจากแนวโน้มเศรษฐกิจโลก
เมื่อคุณได้รู้จัก 10 เรื่องน่าทึ่งเกี่ยวกับ Forex เหล่านี้แล้ว คุณจะเข้าใจภาพรวมของตลาดได้ดียิ่งขึ้น
แต่ความรู้เป็นเพียงพลังที่ซ่อนอยู่ การลงมือทำคือพลังที่แท้จริง
หากคุณพร้อมก้าวไปอีกขั้น คุณจำเป็นต้องมีพันธมิตรที่คุณไว้วางใจได้
เปิดบัญชีกับ FXGT วันนี้ เพื่อเข้าถึงข้อมูลแบบเรียลไทม์ แหล่งความรู้สำหรับผู้เริ่มต้นอย่างครบถ้วน และประสบการณ์การเทรดที่ราบรื่นทั้งบนเดสก์ท็อปและมือถือ
อย่าเพียงเฝ้าดูตลาดจากข้างสนาม สร้างพลังให้อนาคตทางการเงินของคุณและเริ่มต้นการเทรดครั้งแรกอย่างมั่นใจ