หมายเหตุสำคัญ!
เราใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดบนเว็บไซต์ของเรา
ด้วยการคลิกที่ ‘ตกลง’ คุณได้ยอมรับการใช้คุกกี้ของเราตามที่อธิบายไว้ใน นโยบายคุกกี้
สัปดาห์ที่ 9-13 มิถุนายน 2025 กำลังจะเป็นช่วงเวลาสำคัญที่จะกำหนดทิศทางของตลาดการเงินโลกในช่วงครึ่งหลังของเดือน โดยเฉพาะการประกาศข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐฯ ในวันพุธที่ 11 มิถุนายน ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญสำหรับการประชุม Federal Reserve ที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 18 มิถุนายน ภายใต้บริบทของความไม่แน่นอนทางการเมืองและนโยบายการค้าที่ยังคงส่งผลกระทบต่อการคาดการณ์เศรษฐกิจระดับโลก
การวิเคราะห์ภาวะตลาดจากสัปดาห์ที่ 2-7 มิถุนายน 2025 แสดงให้เห็นถึงความผันผวนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการปรับตัวลงของราคาทองคำไทยอย่างรุนแรง 400 บาทในวันที่ 7 มิถุนายน และความขัดแย้งระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์และอีลอน มัสก์ที่ส่งผลให้ Bitcoin ร่วงลง 3.05% ในวันที่ 6 มิถุนายน การดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรปที่ลดดอกเบี้ยต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 8 และการรักษาอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางแคนาดาที่ระดับ 2.75% ล้วนสะท้อนถึงความท้าทายในการบริหารนโยบายการเงินท่ามกลางความไม่แน่นอนจากสงครามการค้า
ข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ เดือนพฤษภาคมที่เพิ่มขึ้น 139,000 ตำแหน่ง สูงกว่าที่คาดไว้ และการที่อัตราการว่างงานยังคงอยู่ที่ระดับ 4.2% ได้สร้างความคาดหวังว่า Federal Reserve อาจปรับแนวทางนโยบายการเงินให้เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเคลื่อนไหวของตลาดในสัปดาห์ข้างหน้า
การประกาศข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐฯ ในวันพุธที่ 11 มิถุนายน จะเป็นเหตุการณ์สำคัญที่สุดของสัปดาห์ โดยตลาดคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อหลักจะอยู่ที่ระดับ 2.5% และเงินเฟ้อพื้นฐานที่ 0.3% ในเชิงรายเดือน ข้อมูลนี้จะมีอิทธิพลโดยตรงต่อความคาดหวังการลดดอกเบี้ยของ Fed และการเคลื่อนไหวของดอลลาร์สหรัฐในระยะสั้น นอกจากนี้ ข้อมูลการจ้างงานและค่าจ้างของสหราชอาณาจักรในวันอังคารที่ 10 มิถุนายน จะส่งผลต่อทิศทางของเงินปอนด์และการคาดการณ์นโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ
ข้อมูลเศรษฐกิจจีนที่จะประกาศในวันจันทร์ รวมถึงดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิต จะสะท้อนถึงสถานะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนและผลกระทบจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ การเคลื่อนไหวของข้อมูลเหล่านี้จะส่งผลต่อสกุลเงินเอเชียและราคาสินค้าโภคภัณฑ์โดยรวม
ความไม่แน่นอนจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจเข้าสู่ภาวะถดถอยแบบ “Voluntary Trade Reset Recession” ตามที่ผู้เชี่ยวชาญจาก Apollo คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 90% หากมาตรการภาษีปัจจุบันยังคงดำเนินต่อไป
ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างผู้นำสำคัญได้สร้างความผันผวนในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะหลังจากที่ราคา Bitcoin และ Ethereum ประสบกับแรงขายหนักในช่วงต้นเดือนมิถุนายน ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนทั้งจากปัจจัยทางเทคนิคและการเปลี่ยนแปลงของนโยบายการกำกับดูแล
การเคลื่อนไหวของราคาทองคำที่ปรับตัวลงอย่างรุนแรงสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของความต้องการเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยและการปรับพอร์ตของนักลงทุนสถาบัน ในขณะที่ตลาดพลังงานยังคงได้รับปัจจัยสนับสนุนจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และการปรับลดการผลิตของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน
นักลงทุนควรเตรียมพร้อมสำหรับความผันผวนที่อาจเพิ่มขึ้นหลังการประกาศข้อมูล CPI สหรัฐฯ โดยเฉพาะในตลาดอัตราแลกเปลี่ยนและตลาดพันธบัตร การบริหารความเสี่ยงผ่านการกระจายการลงทุนและการใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจะมีความสำคัญเพิ่มขึ้น ตลาดจะให้ความสนใจเป็นพิเศษกับการเปลี่ยนแปลงของ Dot Plot ในการประชุม Fed และผลกระทบต่อแนวโน้มดอกเบี้ยในช่วงครึ่งหลังของปี 2025
สัปดาห์นี้มีเหตุการณ์เศรษฐกิจสำคัญที่กระจายอยู่ตลอดทั้งสัปดาห์ โดยมีจุดสำคัญที่สุดในวันพุธที่ 11 มิถุนายน กับการประกาศข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ต่อไปนี้เป็นรายการเหตุการณ์ที่จัดเรียงตามลำดับเวลาและระดับผลกระทบต่อตลาด
การเริ่มต้นสัปดาห์จะมีการประกาศข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญจากเอเชียและสหรัฐฯ ที่จะกำหนดโทนของตลาดในช่วงแรก
05:45 Manufacturing Sales ไตรมาสต่อไตรมาส (NZD) | Impact: Medium | Previous: 2.6% | Forecast: ไม่ระบุ
06:50 Bank Lending รายปี (JPY) | Impact: Medium | Previous: 2.4% | Forecast: 2.3%
06:50 Current Account (JPY) | Impact: Medium | Previous: 2.72T | Forecast: 2.59T
06:50 Final GDP Price Index รายปี (JPY) | Impact: Medium | Previous: 3.3% | Forecast: 3.3%
06:50 Final GDP ไตรมาสต่อไตรมาส (JPY) | Impact: Medium | Previous: -0.2% | Forecast: -0.2%
08:30 CPI รายปี (CNY) | Impact: High | Previous: -0.1% | Forecast: -0.2%
08:30 PPI รายปี (CNY) | Impact: High | Previous: -2.7% | Forecast: -3.1%
ข้อมูลเพิ่มเติม Trade Balance (CNY) | Impact: Medium | Previous: 690B | Forecast: 710B
ข้อมูลเพิ่มเติม USD-Denominated Trade Balance (CNY) | Impact: Medium | Previous: 96.2B | Forecast: 101.1B
12:00 Economy Watchers Sentiment (JPY) | Impact: Medium | Previous: 42.6 | Forecast: 43.8
21:00 Final Wholesale Inventories รายเดือน (USD) | Impact: Medium | Previous: 0.0% | Forecast: 0.0%
วันนี้จะเป็นการประกาศข้อมูลตลาดแรงงานและความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากหลายภูมิภาค โดยเฉพาะข้อมูลจากสหราชอาณาจักรที่จะมีผลกระทบสูง
06:01 BRC Retail Sales Monitor รายปี (GBP) | Impact: Medium | Previous: 6.8% | Forecast: 2.7%
06:50 M2 Money Stock รายปี (JPY) | Impact: Medium | Previous: 0.5% | Forecast: 0.6%
07:30 Westpac Consumer Sentiment (AUD) | Impact: Medium | Previous: 2.2% | Forecast: ไม่ระบุ
08:30 NAB Business Confidence (AUD) | Impact: Medium | Previous: -1 | Forecast: ไม่ระบุ
13:00 Average Earnings Index สามเดือนต่อรายปี (GBP) | Impact: High | Previous: 5.5% | Forecast: 5.3%
13:00 Claimant Count Change (GBP) | Impact: High | Previous: 5.2K | Forecast: 9.5K
13:00 Unemployment Rate (GBP) | Impact: Medium | Previous: 4.5% | Forecast: 4.6%
13:00 Prelim Machine Tool Orders รายปี (JPY) | Impact: Medium | Previous: 7.7% | Forecast: ไม่ระบุ
14:00 SECO Consumer Climate (CHF) | Impact: Medium | Previous: -42 | Forecast: -38
15:00 Italian Industrial Production รายเดือน (EUR) | Impact: Medium | Previous: 0.1% | Forecast: 0.1%
15:30 Sentix Investor Confidence (EUR) | Impact: Medium | Previous: -8.1 | Forecast: -6.0
17:00 NFIB Small Business Index (USD) | Impact: Medium | Previous: 95.8 | Forecast: 95.9
วันสำคัญที่สุดของสัปดาห์ด้วยการประกาศข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่จะกำหนดทิศทางของตลาดการเงินโลก
03:30 API Weekly Statistical Bulletin (USD) | Impact: Medium | Previous: ไม่ระบุ | Forecast: ไม่ระบุ
05:45 Visitor Arrivals รายเดือน (NZD) | Impact: Medium | Previous: -1.9% | Forecast: ไม่ระบุ
06:50 PPI รายปี (JPY) | Impact: Medium | Previous: 4.0% | Forecast: 3.5%
ข้อมูลเพิ่มเติม 10-y Bond Auction (GBP) | Impact: Medium | Previous: 4.67|3.1 | Forecast: ไม่ระบุ
ข้อมูลเพิ่มเติม German 10-y Bond Auction (EUR) | Impact: Medium | Previous: 2.66|2.4 | Forecast: ไม่ระบุ
19:30 Building Permits รายเดือน (CAD) | Impact: Medium | Previous: -4.1% | Forecast: 2.2%
19:30 Core CPI รายเดือน (USD) | Impact: High | Previous: 0.2% | Forecast: 0.3%
19:30 CPI รายเดือน (USD) | Impact: High | Previous: 0.2% | Forecast: 0.2%
19:30 CPI รายปี (USD) | Impact: High | Previous: 2.3% | Forecast: 2.5%
21:30 Crude Oil Inventories (USD) | Impact: Medium | Previous: -4.3M | Forecast: ไม่ระบุ
การติดตามผลกระทบจากข้อมูลเงินเฟ้อและข้อมูลเศรษฐกิจเพิ่มเติมจากสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร
00:01 10-y Bond Auction (USD) | Impact: Medium | Previous: 4.34|2.6 | Forecast: ไม่ระบุ
01:00 Federal Budget Balance (USD) | Impact: Medium | Previous: 258.4B | Forecast: -325.3B
06:01 RICS House Price Balance (GBP) | Impact: Medium | Previous: -3% | Forecast: -3%
06:50 BSI Manufacturing Index (JPY) | Impact: Medium | Previous: -2.4 | Forecast: 0.8
08:00 MI Inflation Expectations (AUD) | Impact: Medium | Previous: 4.1% | Forecast: ไม่ระบุ
13:00 GDP รายเดือน (GBP) | Impact: High | Previous: 0.2% | Forecast: -0.1%
13:00 Construction Output รายเดือน (GBP) | Impact: Medium | Previous: 0.5% | Forecast: 0.3%
13:00 Goods Trade Balance (GBP) | Impact: Medium | Previous: -19.9B | Forecast: -20.8B
13:00 Index of Services สามเดือนต่อสามเดือน (GBP) | Impact: Medium | Previous: 0.7% | Forecast: 0.7%
13:00 Industrial Production รายเดือน (GBP) | Impact: Medium | Previous: -0.7% | Forecast: -0.4%
13:00 Manufacturing Production รายเดือน (GBP) | Impact: Medium | Previous: -0.8% | Forecast: -0.8%
15:00 Italian Quarterly Unemployment Rate (EUR) | Impact: Medium | Previous: 6.1% | Forecast: 6.0%
19:30 Core PPI รายเดือน (USD) | Impact: High | Previous: -0.4% | Forecast: 0.3%
19:30 PPI รายเดือน (USD) | Impact: High | Previous: -0.5% | Forecast: 0.2%
19:30 Unemployment Claims (USD) | Impact: High | Previous: 247K | Forecast: 241K
20:30 CB Leading Index รายเดือน (GBP) | Impact: Medium | Previous: -0.4% | Forecast: ไม่ระบุ
21:30 Natural Gas Storage (USD) | Impact: Medium | Previous: 122B | Forecast: ไม่ระบุ
การปิดสัปดาห์ด้วยข้อมูลความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ และข้อมูลเศรษฐกิจจากยุโรป
00:01 30-y Bond Auction (USD) | Impact: Medium | Previous: 4.82|2.3 | Forecast: ไม่ระบุ
05:30 BusinessNZ Manufacturing Index (NZD) | Impact: Medium | Previous: 53.9 | Forecast: ไม่ระบุ
11:30 Revised Industrial Production รายเดือน (JPY) | Impact: Medium | Previous: -0.9% | Forecast: -1.2%
11:30 Tertiary Industry Activity รายเดือน (JPY) | Impact: Medium | Previous: -0.3% | Forecast: 0.2%
13:00 German Final CPI รายเดือน (EUR) | Impact: Medium | Previous: 0.1% | Forecast: 0.1%
13:45 French Final CPI รายเดือน (EUR) | Impact: Medium | Previous: -0.1% | Forecast: -0.1%
15:00 Italian Trade Balance (EUR) | Impact: Medium | Previous: 3.66B | Forecast: 2.73B
15:30 Consumer Inflation Expectations (GBP) | Impact: Medium | Previous: 3.4% | Forecast: ไม่ระบุ
16:00 Industrial Production รายเดือน (EUR) | Impact: Medium | Previous: 2.6% | Forecast: -1.5%
16:00 Trade Balance (EUR) | Impact: Medium | Previous: 27.9B | Forecast: 20.2B
19:30 Capacity Utilization Rate (CAD) | Impact: Medium | Previous: 79.8% | Forecast: 79.6%
19:30 Manufacturing Sales รายเดือน (CAD) | Impact: Medium | Previous: -1.4% | Forecast: -2.1%
19:30 Wholesale Sales รายเดือน (CAD) | Impact: Medium | Previous: 0.2% | Forecast: -0.9%
21:00 Prelim UoM Consumer Sentiment (USD) | Impact: High | Previous: 52.2 | Forecast: 52.5
21:00 Prelim UoM Inflation Expectations (USD) | Impact: High | Previous: 6.6% | Forecast: ไม่ระบุ
การประกาศข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐฯ ในวันพุธที่ 11 มิถุนายน จะเป็นจุดหักเหของตลาดการเงินโลกในสัปดาห์นี้ ตลาดคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อหลักจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.5% ในเชิงรายปี จากระดับ 2.3% ในเดือนก่อนหน้า ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 0.3% ในเชิงรายเดือน การเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อดังกล่าวสะท้อนถึงผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าที่รัฐบาลทรัมป์ดำเนินการในช่วงต้นปี โดยเฉพาะการเก็บภาษี 25% จากสินค้าแคนาดาและเม็กซิโก และการเพิ่มภาษีจีนเป็น 20%
ความสำคัญของข้อมูลนี้อยู่ที่การส่งผลต่อการตัดสินใจนโยบายการเงินของ Federal Reserve ในการประชุมวันที่ 18 มิถุนายน หากข้อมูลเงินเฟ้อออกมาสูงกว่าคาดการณ์ อาจทำให้ Fed ปรับเปลี่ยนแนวทางจากการลดดอกเบี้ยที่วางแผนไว้เป็นการรักษาอัตราดอกเบี้ยในระดับปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อความแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐและการไหลของเงินทุนระหว่างประเทศ นักวิเคราะห์จาก Goldman Sachs ประเมินว่า Fed อาจเลื่อนการลดดอกเบี้ยครั้งแรกไปยังการประชุมในเดือนกรกฎาคมหรือกันยายน เพื่อรอข้อมูลผลกระทบจากมาตรการภาษีที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
ผลกระทบต่อตลาดการเงินจะปรากฏในหลายมิติ ตลาดพันธบัตรคาดว่าจะเห็นการปรับตัวขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะ 10 ปี ประมาณ 10-15 จุดฐาน หากข้อมูลเงินเฟ้อสูงกว่าคาดการณ์ ขณะที่ตลาดอัตราแลกเปลี่ยนจะเห็นการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐต่อสกุลเงินหลัก โดยเฉพาะ EUR/USD และ GBP/USD ตลาดหุ้นอาจประสบกับแรงกดดันชั่วคราว เนื่องจากความกังวลเรื่องต้นทุนเงินทุนที่อาจเพิ่มขึ้น
ข้อมูลตลาดแรงงานสหราชอาณาจักรที่จะประกาศในวันอังคารที่ 10 มิถุนายน มีความสำคัญต่อการกำหนดทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ ตลาดคาดการณ์ว่าดัชนีค่าจ้างเฉลี่ยจะลดลงเหลือ 5.3% จากระดับ 5.5% ในเดือนก่อนหน้า ขณะที่อัตราการว่างงานคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 4.6% จากระดับ 4.5% การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้สะท้อนถึงการชะลอตัวของตลาดแรงงานอังกฤษ ซึ่งเป็นผลจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ต่อการค้าระหว่างประเทศ
การลดลงของแรงกดดันด้านค่าจ้างอาจส่งสัญญาณบวกต่อธนาคารกลางอังกฤษในการควบคุมเงินเฟ้อ แต่ในขณะเดียวกัน การเพิ่มขึ้นของอัตราการว่างงานอาจสร้างความกังวลเรื่องการชะลอตัวของเศรษฐกิจ ความซับซ้อนนี้ทำให้ธนาคารกลางอังกฤษต้องระมัดระวังในการปรับนโยบายการเงิน โดยเฉพาะการตัดสินใจลดดอกเบี้ยที่อาจต้องพิจารณาสมดุลระหว่างการสนับสนุนการเติบโตและการควบคุมเงินเฟ้อ
ผลกระทบต่อเงินปอนด์จะขึ้นอยู่กับการตีความของตลาดต่อข้อมูลเหล่านี้ หากตลาดมองว่าการลดลงของแรงกดดันค่าจ้างเป็นสัญญาณบวกต่อการควบคุมเงินเฟ้อ เงินปอนด์อาจแข็งค่าขึ้นชั่วคราว แต่หากตลาดมีความกังวลเรื่องการชะลอตัวของเศรษฐกิจ อาจส่งผลให้เงินปอนด์อ่อนค่าลง การเคลื่อนไหวของ GBP/USD และ EUR/GBP จะสะท้อนถึงการประเมินของนักลงทุนต่อความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจอังกฤษเมื่อเทียบกับคู่ค้าหลัก
การประกาศข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิตของจีนในวันจันทร์ที่ 9 มิถุนายน จะให้ภาพชัดเจนเกี่ยวกับสถานะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนและผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ตลาดคาดการณ์ว่าดัชนีราคาผู้บริโภคจะลดลงเป็น -0.2% ในเชิงรายปี จากระดับ -0.1% ในเดือนก่อนหน้า ขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิตคาดว่าจะลดลงเพิ่มเติมเป็น -3.1% จากระดับ -2.7% การลดลงต่อเนื่องของดัชนีเหล่านี้สะท้อนถึงแรงกดดันเชิงฝืดและผลกระทบจากการลดลงของอุปสงค์ภายในประเทศ
ผลกระทบของข้อมูลจีนต่อตลาดโลกมีความซับซ้อนและครอบคลุมหลายมิติ ในด้านบวก การลดลงของแรงกดดันเงินเฟ้อในจีนอาจเปิดพื้นที่ให้รัฐบาลจีนสามารถดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลบวกต่อการฟื้นตัวของอุปสงค์สินค้าโภคภัณฑ์และตลาดหุ้นเอเชีย อย่างไรก็ตาม การลดลงของดัชนีราคาผู้ผลิตที่รุนแรงกว่าคาดการณ์อาจสะท้อนถึงความอ่อนแอของภาคการผลิตและการส่งออก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโลกและการเติบโตของเศรษฐกิจในภูมิภาค
ตลาดสกุลเงินเอเชียจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากข้อมูลเหล่านี้ โดยเฉพาะเงินหยวน AUD/USD และสกุลเงินของประเทศที่มีการค้าขายกับจีนสูง การเคลื่อนไหวของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น เหล็ก ทองแดง และน้ำมันดิบ จะสะท้อนถึงการประเมินของตลาดต่อแนวโน้มอุปสงค์จากจีน ซึ่งเป็นผู้บริโภครายใหญ่ที่สุดของโลกในหลายสินค้า
แม้ว่าการประชุม Federal Reserve จะจัดขึ้นในวันที่ 18 มิถุนายน ซึ่งอยู่นอกเหนือจากสัปดาห์ที่วิเคราะห์ แต่ความคาดหวังและการเตรียมตัวสำหรับการประชุมดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อตลาดตลอดทั้งสัปดาห์ นักลงทุนจะติดตามข้อมูลเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินโอกาสที่ Fed จะปรับเปลี่ยนแนวทางนโยบายการเงิน โดยเฉพาะการอัปเดต Dot Plot ที่จะแสดงความคาดคิดอัตราดอกเบี้ยของสมาชิก FOMC แต่ละคน
ข้อมูลที่สำคัญที่สุดคือการประมาณการเศรษฐกิจใหม่ที่ Fed จะเผยแพร่ ซึ่งคาดว่าจะมีการปรับลดการคาดการณ์ GDP ปี 2025 จาก 2.1% เป็น 1.8-2.0% เนื่องจากผลกระทบจากมาตรการกีดกันทางการค้า ในขณะที่การคาดการณ์เงินเฟ้อ Core PCE อาจถูกปรับขึ้นเป็น 2.3-2.5% จากเป้าหมาย 2% ของ Fed การปรับเปลี่ยนเหล่านี้จะสะท้อนถึงความท้าทายที่ Fed เผชิญในการบรรลุเป้าหมายเสถียรภาพราคาและการจ้างงานเต็มที่
ตลาดจะให้ความสนใจเป็นพิเศษกับแนวโน้มการลดดอกเบี้ยในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 จากการคาดการณ์เดิมที่มีการลดอัตราดอกเบี้ยรวม 50 จุดฐานภายในสิ้นปี 2025 อาจถูกปรับลดเหลือเพียง 25 จุดฐานหรืออาจไม่มีการลดดอกเบี้ยเลย หากความไม่แน่นอนจากนโยบายการค้ายังคงดำเนินต่อไป การเปลี่ยนแปลงของความคาดหวังเหล่านี้จะส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อตลาดการเงินโลก โดยเฉพาะการไหลของเงินทุนระหว่างประเทศและการประเมินมูลค่าสินทรัพย์เสี่ยงต่างๆ
นอกเหนือจากเหตุการณ์สำคัญที่กล่าวมาแล้ว ยังมีข้อมูลเศรษฐกิจเสริมที่จะส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของตลาดในมิติต่างๆ ข้อมูลการผลิตอุตสาหกรรมจากยุโรปและญี่ปุ่นจะแสดงให้เห็นถึงสถานะของภาคการผลิตภายใต้แรงกดดันจากการชะลอตัวของการค้าโลก ข้อมูลความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากหลายประเทศจะสะท้อนถึงผลกระทบของความไม่แน่นอนทางการเมืองและเศรษฐกิจต่อการใช้จ่ายของครัวเรือน
การประกาศข้อมูล Producer Price Index จากสหรัฐฯ ในวันพฤหัสบดีจะให้ข้อมูลเสริมเกี่ยวกับแนวโน้มเงินเฟ้อในระดับผู้ผลิต ซึ่งมักจะเป็นตัวชี้นำสำหรับเงินเฟ้อในระดับผู้บริโภค ข้อมูลการว่างงานใหม่ของสหรัฐฯ จะยืนยันความแข็งแกร่งของตลาดแรงงานและส่งผลต่อการประเมินนโยบายการเงินของ Fed ขณะที่ข้อมูลความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นจาก University of Michigan ในวันศุกร์จะปิดท้ายสัปดาห์ด้วยการประเมินทัศนคติของผู้บริโภคต่อสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันและอนาคต
การรวมกันของข้อมูลเหล่านี้จะสร้างภาพรวมที่ครอบคลุมเกี่ยวกับสถานะเศรษฐกิจโลกและแนวโน้มในระยะข้างหน้า นักลงทุนจะต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงอย่างใกล้ชิด และปรับกลยุทธ์การลงทุนให้สอดคล้องกับข้อมูลใหม่ที่ได้รับ เพื่อรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นและใช้ประโยชน์จากโอกาสทางการลงทุนที่เกิดขึ้น
สัปดาห์ที่ 9-13 มิถุนายน 2025 จะเป็นช่วงเวลาที่ตลาดการเงินโลกเผชิญกับความผันผวนสูงจากการบรรจบกันของปัจจัยเศรษฐกิจหลักและความไม่แน่นอนทางการเมือง การประกาศข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐฯ ในวันพุธจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่กำหนดทิศทางของนโยบายการเงินและการไหลของเงินทุนระหว่างประเทศในช่วงครึ่งหลังของปี
ตลาดอัตราแลกเปลี่ยนจะประสบกับความผันผวนสูงสุด โดยเฉพาะคู่เงินที่เกี่ยวข้องกับดอลลาร์สหรัฐ หากข้อมูลเงินเฟ้อออกมาสูงกว่าคาดการณ์ที่ระดับ 2.5% ในเชิงรายปี USD/JPY อาจพุ่งสู่ระดับ 146-148 เนื่องจากการแข็งค่าของดอลลาร์และการคาดหวังว่า Federal Reserve จะรักษาอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไป ในทางกลับกัน EUR/USD และ GBP/USD อาจประสบกับแรงกดดันลงสู่ระดับ 1.14 และ 1.35 ตามลำดับ จากการเปรียบเทียบนโยบายการเงินที่แตกต่างกันระหว่างภูมิภาค
ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์จะแสดงการเคลื่อนไหวที่แตกต่างกันตามลักษณะของแต่ละสินทรัพย์ ราคาทองคำคาดว่าจะอยู่ภายใต้แรงกดดันต่อเนื่องหากดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นจากข้อมูลเงินเฟ้อที่สูงกว่าคาดการณ์ โดยอาจปรับตัวลงสู่ระดับ 3,200-3,250 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และความกังวลเรื่องเงินเฟ้อในระยะยาวจะยังคงให้การสนับสนุนพื้นฐานแก่ราคาทองคำ ส่วนตลาดน้ำมันดิบจะได้รับการสนับสนุนจากปัจจัยด้านอุปทานและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยราคา WTI คาดว่าจะรักษาระดับ 63-67 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังเผชิญกับความท้าทายจากหลายปัจจัย รวมถึงความขัดแย้งทางการเมืองและการปรับเปลี่ยนนโยบายการกำกับดูแล Bitcoin อาจพบแนวรับสำคัญที่ระดับ 98,500-100,000 ดอลลาร์ หากสามารถรักษาระดับนี้ได้ อาจเปิดโอกาสสำหรับการฟื้นตัวขึ้นสู่ระดับ 108,000-112,000 ดอลลาร์ ขณะที่ Ethereum จะได้รับการสนับสนุนจากการพัฒนาทางเทคโนโลยีและการเพิ่มขึ้นของการใช้งานในระบบ DeFi โดยมีเป้าหมายที่ระดับ 2,800-3,200 ดอลลาร์
การเทรดในตลาดอัตราแลกเปลี่ยนในสัปดาห์นี้ต้องการการเตรียมพร้อมที่รอบคอบและการบริหารความเสี่ยงที่เข้มงวด เทรดเดอร์ควรมุ่งเน้นไปที่การซื้อขายรอบเหตุการณ์สำคัญ โดยเฉพาะก่อนและหลังการประกาศข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ การวางตำแหน่ง Long USD ก่อนการประกาศข้อมูลอาจเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสม หากมีความเชื่อมั่นว่าข้อมูลจะออกมาสูงกว่าคาดการณ์ แต่ต้องมีการตั้ง Stop Loss ที่ระดับ 1-2% เพื่อจำกัดความเสียหายในกรณีที่ข้อมูลออกมาต่ำกว่าคาดการณ์
สำหรับคู่เงิน USD/JPY เทรดเดอร์สามารถพิจารณาการซื้อในกรณีที่ราคาทะลุระดับ 145.50 ด้วยเป้าหมายที่ระดับ 147.00 และ 148.50 โดยตั้ง Stop Loss ที่ระดับ 144.00 การเคลื่อนไหวของคู่เงินนี้จะได้รับอิทธิพลอย่างมากจากการเปลี่ยนแปลงของความคาดหวังนโยบายการเงินของ Federal Reserve และธนาคารกลางญี่ปุ่น
การเทรด EUR/USD ในสัปดาห์นี้ควรให้ความสำคัญกับการรักษาระดับ Support ที่ 1.1400 หากระดับนี้ถูกทะลุลงมา อาจเปิดทางสู่การปรับตัวลงต่อไปยังระดับ 1.1250-1.1300 เทรดเดอร์ที่มองแนวโน้มขาลงสามารถพิจารณาการขายเมื่อมีการ Rebound ขึ้นมาที่ระดับ 1.1480-1.1520 โดยตั้งเป้าหมายที่ระดับ 1.1350 และ 1.1280
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะเผชิญกับแรงกดดันจากความกังวลเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่อาจยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไป หากข้อมูลเงินเฟ้อสูงกว่าคาดการณ์ นักลงทุนควรพิจารณาการลดน้ำหนักในหุ้นเทคโนโลยีและการเติบโตที่มีความอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย แล้วเพิ่มสัดส่วนในหุ้นภาคการเงินและพลังงานที่จะได้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมอัตราดอกเบี้ยสูง ดัชนี S&P 500 อาจพบแนวรับสำคัญที่ระดับ 5,850-5,900 จุด และหากระดับนี้ถูกทะลุ อาจปรับตัวลงสู่ระดับ 5,700-5,750 จุด
ตลาดพันธบัตรจะเป็นพื้นที่ที่มีโอกาสสำหรับนักลงทุนที่เข้าใจการเคลื่อนไหวของอัตราดอกเบี้ย การเพิ่มขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ หลังข้อมูลเงินเฟ้อจะสร้างโอกาสสำหรับการลงทุนในพันธบัตรระยะยาว โดยเฉพาะหากนักลงทุนคาดการณ์ว่าการเพิ่มขึ้นดังกล่าวเป็นเพียงการปรับตัวชั่วคราว และ Federal Reserve จะยังคงลดอัตราดอกเบี้ยในระยะยาวเพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ
สำหรับตลาดหุ้นไทยและเอเชีย ความกังวลเรื่องผลกระทบจากนโยบายการค้าสหรัฐฯ จะยังคงสร้างแรงกดดันต่อเนื่อง นักลงทุนควรมุ่งเน้นไปที่หุ้นในกลุ่มที่มีความสัมพันธ์น้อยกับการค้าระหว่างประเทศ เช่น สาธารณูปโภค โทรคมนาคม และบริการด้านสุขภาพ ขณะที่หลีกเลี่ยงหุ้นกลุ่มส่งออกและอุตสาหกรรมการผลิตที่อาจได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษี
สภาวะความไม่แน่นอนสูงในปัจจุบันต้องการแนวทางการบริหารความเสี่ยงที่เข้มงวดและการกระจายการลงทุนที่รอบคอบ นักลงทุนควรจำกัดการใช้เลเวอเรจในระดับที่ปลอดภัย ไม่เกิน 1:3 สำหรับการเทรดระยะสั้น และไม่เกิน 1:10 สำหรับการเทรดในตลาดที่มีสภาพคล่องสูง การตั้ง Stop Loss ที่ระดับ 2-3% ของเงินทุนรวมสำหรับแต่ละตำแหน่งจะช่วยป้องกันการสูญเสียที่มากเกินไป
การกระจายการลงทุนระหว่างสินทรัพย์ประเภทต่างๆ จะมีความสำคัญมากขึ้น โดยการจัดสรรที่แนะนำคือ เงินสดและเทียบเท่าเงินสด 20-25% เพื่อความยืดหยุ่นในการใช้ประโยชน์จากโอกาสที่เกิดขึ้น หุ้นและดัชนี 35-40% โดยเน้นการกระจายตามภูมิภาคและภาคธุรกิจ พันธบัตรและตราสารหนี้ 20-25% เพื่อความมั่นคงและผลตอบแทนคงที่ และสินค้าโภคภัณฑ์รวมถึงสินทรัพย์ดิจิทัล 10-15% เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและการลดค่าของสกุลเงิน
ความสำเร็จในการเทรดและการลงทุนในช่วงนี้จะขึ้นอยู่กับความสามารถในการติดตามข้อมูลใหม่และปรับกลยุทธ์อย่างรวดเร็ว นักลงทุนควรจับตาการเปลี่ยนแปลงของ Forward Rate Expectations สำหรับการประชุม Federal Reserve และการเคลื่อนไหวของ Treasury Yield Curve ที่จะสะท้อนถึงความคาดหวังของตลาดต่อนโยบายการเงินในอนาคต
การติดตามความสัมพันธ์ระหว่างตลาดต่างๆ จะช่วยให้สามารถคาดการณ์การเคลื่อนไหวได้แม่นยำยิ่งขึ้น โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่าง VIX และ USD/JPY ที่มีค่าสหสัมพันธ์เชิงลบสูง การเพิ่มขึ้นของ VIX มักจะส่งผลให้ USD/JPY ปรับตัวลง เนื่องจากการไหลกลับของเงินทุนสู่เงินเยนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย นอกจากนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างราคาทองคำและ Real Interest Rate ของสหรัฐฯ จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญสำหรับทิศทางของราคาทองคำในระยะกลาง
การเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น Scenario Planning จะช่วยให้นักลงทุนสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม หากข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ สูงกว่าคาดการณ์อย่างมีนัยสำคัญ การเคลื่อนไหวแรกควรเป็นการเพิ่มตำแหน่ง USD และลดตำแหน่งในสินทรัพย์ที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย ในทางกลับกัน หากข้อมูลต่ำกว่าคาดการณ์ การเพิ่มตำแหน่งในหุ้นเทคโนโลยีและสินทรัพย์เติบโตอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสม
สัปดาห์นี้จะเป็นการทดสอบความสามารถของนักลงทุนในการนำทางผ่านความไม่แน่นอนและใช้ประโยชน์จากความผันผวนของตลาด ความสำเร็จจะมาจากการเตรียมพร้อมที่ดี การบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม และความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป